จบไปแล้วละคร “ที่สุดของหัวใจ” ที่นางเอกสาวว่าที่คุณแม่ ‘แพท’ แพทริเซีย กู๊ด ได้ร่วมงานกับพระเอก ‘พุฒ’ พุฒิชัย เกษตรสิน

โดยวันนี้เจ้าตัวเปิดใจย้อนหลังถึงละครเรื่องดังกล่าว รวมถึงบทบาทในละครเรื่องใหม่ “เกมรักทรยศ” ทางช่อง 3 ที่ปะทะบทบาทกับพระเอกนางเอกมากฝีมือ อนันดา เอเวอริงแฮม และ แอน ทองประสม พร้อมเผยถึงช่วงหนึ่งที่คิดจะออกจากวงการ

◆ เป็นยังไงบ้างกับละคร “ที่สุดของหัวใจ”?
แพทริเซีย – “บทเรื่องนี้โตขึ้นอีกระดับจากคู่เวร มีความเป็นผู้หญิงจิกกัด สู้คน สมัยใหม่ แกร่ง เก่ง สตรอง เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับพี่พุฒ ละครเรื่องนี้มีความเป็นมนุษย์มากๆ ชอบความกลมกล่อมของเรื่องนี้ ดราม่า กุ๊กกิ๊ก น่ารัก เลิฟซีนเยอะมาก เอะอะแสดงความรัก กอด หอมแก้ม ถามว่า พี่โน้ต (วิเศษ รังสีสิงห์พิพัฒน์) ว่าอะไรไหม ไม่ค่ะ พี่โน้ตรู้อยู่แล้วประมาณไหน ถ้ามีอะไรไม่โอเค เราก็ไม่ทำอยู่แล้ว เรามีลิมิตของเรา ซึ่งทุกอย่างสมเหตุสมผล”

◆ นอกจากนี้ยังมีละคร “เกมรักทรยศ” ที่เล่นกับพี่แอน พี่อนันดา?
แพทริเซีย – “ค่ะ เรื่องนั้นเหมือนเครียด โชคดีหนูไม่ได้หนักสุด แต่เป็นพี่แอนที่ หนักสุด บทพี่แอนเครียด เครียดจนหนูอยากจะอ้วก บทเขาน่าสงสาร เอาจริงๆ ตั้งแต่ดูเวอร์ชั่นเกาหลีมา ถึงจะดูน่าติดตามแต่มันก็ชวนอึดอัดมาก ซึ่งคนเขียนบทเวอร์ชั่นไทย เขาพยายามให้เป็นแบบนั้น แล้วบทที่ถูกแปลมาแล้ว พี่แอนน่าสงสารมาก บอกเลยทุกคนจะ เกลียดพี่อนันดาจากบทนี้”

“ส่วนบทหนูเป็นฟีลตัวป่วน พยายามถ่ายทอดให้เป็นฟีลแบบรัก แล้วผู้ชายให้ความหวังเรื่อยๆ จนเราเชื่อ เราซื่อและรักมากเกินไปจนไม่ลืมหูลืมตาว่าเขาหลอก บทนี้ได้เล่นอะไรที่ฉีกแนว ร้ายลึก ร้ายแบบไม่ตั้งใจร้าย ใสๆ เรียบร้อย แต่คือแย่ง ผัวเขา”

◆ เข้าฉากกับพี่แอนและพี่อนันดาเป็นอย่างไรบ้าง?
แพทริเซีย – “กับพี่แอนจะเชือดเฉือน เขาจะนิ่งๆ เราจะแบ๊วๆ ลุกส์คุณหนูใสๆ แต่น่าหมั่นไส้มาก ส่วนกับพี่อนันดา หนูไม่เคยเจอใครที่แสดงได้เป็นธรรมชาติขนาดนี้มาก่อน ก็รู้สึกสนุกและท้าทายดีค่ะ แค่ได้เป็นส่วนหนึ่งของละครเรื่องนี้ก็แฮปปี้มากแล้วค่ะ”

◆ ตอนนี้กราฟชีวิตเราเหมือนขึ้นตลอดเลย?
แพทริเซีย – “ก็ขึ้นๆ ลงๆ ปกตินี่แหละค่ะ ชีวิตไม่เคยเรียบง่ายหรือเพอร์เฟ็กต์เสมอไป แต่ก็ถือว่าแฮปปี้กับทิศทางที่ไปอยู่ ช่วงชีวิตที่ยากลำบากในเรื่องงานก็มีเรื่อยๆ อาจจะไม่ได้เปิดเผยทุกมุมของชีวิต บางครั้งก็เจออะไรที่หนัก แต่สุดท้ายมันทำให้เราดีขึ้นเก่งขึ้นในทุกด้าน”

◆ ช่วงชีวิตที่ยากลำบากตอนไหนบ้าง?
แพทริเซีย – “ตั้งแต่เข้าวงการก็หนักแล้ว ตอนนั้นยังอ่านภาษาไทยไม่ได้ พูดภาษาไทยไม่ชัด การที่เราเป็นคน โนบอดี้แล้วคนมาวิจารณ์ก็เป็นอะไรที่ปรับตัวลำบากอยู่ แต่เมื่อรักในอาชีพนี้แล้ว ทุกอย่างก็เรียนรู้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน 9-10 ปีที่ทำงาน เราเห็นพัฒนาการของเรา ทุกวันนี้อ่านเขียนภาษาไทยได้ก็รู้สึกภูมิใจมาก พอย้อนกลับไปดูละครเรื่องแรกรู้สึกว่าเราฟังไม่รู้เรื่องเลย นี่เด็กน้อยที่ไหน พูดไม่ชัดเลย”

◆ คอมเมนต์ด้านลบมีผลกับเราไหม?
แพทริเซีย – “คอมเมนต์ไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ ส่วนใหญ่เป็นคนรอบตัว ถ้ามีเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี หรือคนที่ทำงานด้วยกันบอกว่าไม่เก่ง เราจะนอยด์กว่า เพราะเขาสัมผัสจริงๆ จึงไม่ได้กังวลใจกับคอมเมนต์ที่ไม่รู้จัก คือหนูแค่ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด สุดท้ายแล้วถ้าใครไม่ชอบเรา เราก็ทำอะไรไม่ได้ เราเจอบางคนที่พยายามเป็นเพื่อนกันมันก็ไม่คลิก ไม่ถูกคอก็ไม่ต้องฝืนเป็นเพื่อนก็ได้ พอโตขึ้นมันรู้สึกจริงๆ ว่าทุกๆ คนมีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง อะไรที่มีความสุขก็ทำไปเถอะ”

◆ เคยคิดจะออกจากวงการบันเทิงไหม?
แพทริเซีย – “เคยค่ะ ตอนช่วงโควิด คิดว่าหรือจะไปลองทำอย่างอื่น เช่น ไปเรียนที่ลอนดอน เพราะช่วงนั้นละครก็ยังไม่มี ทำให้อยากค้นหาตัวเองว่าอยากเรียนหรือทำงานกันแน่ แต่เพราะติดโควิดทำให้ไม่ได้ไป ตอนนั้นจำได้ว่าแจ้งผู้ใหญ่ที่ช่องว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศและไม่รับละคร แต่เพราะโควิดทำให้ได้มีวันนี้ ได้รับงาน คิดว่าโชคดีที่ไม่ไป และได้เล่นละคร ปมเสน่หา ทุกๆ อย่างทำให้มีวันนี้”

◆ คิดไหมจะอยู่ยังไงในวงการให้ไม่หาย ไม่จม ไม่ไปไหน?
แพทริเซีย – “ไม่รู้เหมือนกัน แพทก็แค่เป็นตัวของ ตัวเอง เชื่อว่าเราทำสิ่งที่เรารัก ทำอะไรด้วยใจจริงๆ ยังไงก็ออกมาดี คนรอบข้างสัมผัสได้อยู่แล้ว เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้ว”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน