คนเราตอบสนองต่อความผิดหวังจากความรักที่แตกต่าง กันไป แต่หากดูจากสถิติคดีทำร้ายร่างกาย ที่มาจากเรื่องชู้สาว คงพอบอกได้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ความรุนแรงตอบโต้ กับความผิดหวังดังกล่าว จนกลายเป็นคดีสยองเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ
ย้อนไปเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 มี.ค. พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู พ.ต.ท.สมัย เจริญราช สว.สอบสวน นำกำลังชุดสืบสวน สายตรวจ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิ ร่วมกตัญญู รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหญิงถูกทำร้ายจนเสียชีวิต เปลือยในร่องน้ำ ภายในนิคมบางปู ซอย 9A ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

คลิปเหตุการณ์ที่พลเมืองดีถ่ายเอาไว้
ในร่องน้ำจุดเกิดเหตุ พบศพ น.ส.ณัฐนันท์ จูมฟอง อายุ 45 ปี เป็นพนักงานบริษัทเดลต้า ในนิคมบางปู นอนเปลือยกายคว่ำหน้า เสียชีวิตอยู่ในน้ำ ตามร่างกายมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงตามลำตัว รวม 6 แผล รวมทั้งบาดแผลจากการถูกไฟไหม้ บนถนนมีร่องรอยของเสื้อผ้าที่ถูกไฟเผา ในที่เกิดเหตุไม่พบอาวุธมีด
จากการสอบสวนพยานผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า หญิงผู้ตายวิ่งหนีลงมาจากรถกระบะ มิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน 2ฒฎ 5783 กทม. โดยนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ร่างกายชุ่มไปด้วยน้ำมันเบนซิน วิ่งร้องไห้พร้อมกับตะโกนว่าช่วยด้วยๆ ลงมาขอความช่วยเหลือจากพยาน ซึ่งยืนอยู่ริมถนนตรงจุดเกิดเหตุกับชายอีกคน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุไม่สวมเสื้อนุ่งกางเกงขาสั้นจะเดินตามลงมาอ้างว่าเป็นเรื่องของผัวเมียไม่ให้มายุ่ง

นำศพขึ้นจากคูน้ำ
แต่ขณะที่พยานกำลังโทร.แจ้งตำรวจ ผู้ก่อเหตุเดินกลับไปเอาน้ำมันที่รถมาสาดใส่ผู้ตายเพิ่มอีกก่อนจุดไฟจนลุกพึ่บทั่วร่าง ลามไปติด ชายอีกคนที่ตามเข้าไปห้ามทำให้ถูกไฟคลอกไปด้วย พยานจึงตะโกนบอกให้รีบกระโดดลงคูน้ำเพื่อดับไฟ พอคนร้ายเห็นดังนั้นก็วิ่งไปเอามีด ในรถมาข่มขู่ไล่ฟันพยาน ก่อนตามลงไปแทงใส่ผู้ตายไม่ยั้งจนเสียชีวิต คาที่ โดยที่พยานไม่กล้าเข้าไปช่วย
ต่อมาหลานสาวของผู้ตายเดินทางมาที่เกิดเหตุ ก่อนให้ข้อมูลด้วยความ เสียใจว่า ผู้ก่อเหตุชื่อนายพิสุทธิ์ศิริ จันทร์โสดา หรือเติ้ล อายุ 42 ปี เป็นแฟนของผู้ตายที่คบกันมาหลายปีแล้ว ส่วนสาเหตุก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเพราะเหตุใด แต่ที่ผ่านมาก็มีทะเลาะกันบ้างแต่ไม่ได้รุนแรงอะไร
ผ่านไปไม่ถึง 24 ช.ม. ตร.ก็ปิดคดีสยองลงได้ โดยเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ชุดสืบสวนสน.บางปู ลงพื้นที่ไล่ติดตามกดดันตามภูมิลำเนา และแหล่งที่เชื่อว่านายพิสุทธิ์ศิริจะหลบหนี พร้อมกับประสานกับฝ่ายสืบสวน จากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เร่งไล่ล่า ก่อนสืบทราบว่า นายพิสุทธิ์ศิริหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้ ขณะจอดรถหลบอยู่ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง

ผัวโหดจนมุม
พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ รุดมาสอบสวนด้วยตัวเอง โดยฆาตกรโหดรับสารภาพว่า อยู่กินกับผู้ตายสักระยะแล้ว ต่อมาเกิดมีปากเสียงกันเรื่องหึงหวง ผู้ตายจึงไปพักอยู่กับเพื่อนได้ประมาณ 4-5 วัน กระทั่งช่วงสายวันเกิดเหตุ นัดผู้ตายให้มาหา และชักชวนกันไปทำบุญที่วัดคลองเก้า
ภายหลังจากทำบุญเสร็จ จึงไปนั่งคุยกันบริเวณทางเข้าสนามกอล์ฟ ใกล้กับที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นไปพบเห็นข้อความของผู้ตายที่แอบคุยกับชายอื่น จึงโมโหและมีปากเสียงกันรุนแรง จนตนสติแตกใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมมา เทราดผู้ตายและตัวเองด้วย พร้อมกับขู่ว่าจะเผาให้ตายไปด้วยกันทั้งคู่ ขณะนั้นผู้ตายใจดีสู้เสือทำทีคุยจนเริ่มใจเย็นลง ก่อนจะขับรถไปบริเวณที่เกิดเหตุและเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำมันออก

ทำแผนนาทีสาดน้ำมัน
นายพิสุทธิ์ศิริเล่านาทีสยองว่า จังหวะนั้นตนจอดแวะขอซื้อไอติม ผู้ตายฉวยจังหวะวิ่งลงจากรถไปขอความช่วยเหลือทั้งที่ไม่ใส่เสื้อผ้า ตนจึงกลับไปเอาน้ำมันเบนซินในรถสาดใส่ผู้ตายขณะกำลังหลบอยู่หลัง พลเมืองดี ก่อนที่จะหยิบไฟแช็กจุดเผา ต่อมาผู้ตายวิ่งลงไปในน้ำ ตนจึงวิ่งกลับไปที่รถหยิบเอามีดยาวกว่า 40 ซ.ม.ตามไปจ้วงแทง จนเสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไปในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา กระทั้ง ถูกจับกุมตัวได้ พร้อมของกลาง มีดยาวประมาณ 40 ซ.ม.และรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน 2ฒฎ 5783กรุงเทพฯ
ฆาตกรโหดยังอ้างว่า ไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน น้ำมันเบนซินก็ซื้อไปตอนเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำเพิ่มเติม
อ้างว่าเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พอก่อเหตุแล้วมาบอกสำนึกผิดอยากตายตาม ขอโทษครอบครัวฝ่ายหญิง แต่มันก็สายไปแล้ว
สมภพ สนเวส – เรื่อง/ภาพ