ยะลา – น.ส.นูรียะห์ สาแม ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองเบตง เผยว่า ช่วงนี้มีประชาชนมาจำนำต่อเนื่อง ทุกวันวันละไม่ต่ำกว่า 200 คน จึงเตรียมเงินสำรองหมุนเวียนไว้ 58 ล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่มาใช้บริการในช่วงนี้ ส่วนดอกเบี้ยยังคงอัตราเดิมคืออัตราดอกเบี้ย เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อเดือน เงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท แต่ไม่เกิน 30,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 ต่อเดือน เงินต้นเกินกว่า 30,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 ต่อเดือน เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 แล้ว สำหรับสิ่งของ ที่พบว่าคนนิยมมาจำนำมากที่สุดยังคงเป็นทองรูปพรรณ เพราะซื้อง่ายขายคล่องและจำนำได้ราคาดี แต่หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านมาเข้าปีที่ 3 แล้ว ทำให้พบเห็นคนนำสิ่งของที่ใช้ในการทำมาหากินมาจำนำมากอย่างเช่น เตาแก๊ส เตาขนมครกโบราณ เตาปิ้งบาร์บีคิว เครื่องสไลซ์เนื้อหมู ครกสาก หม้อหุงข้าว หรือแม้กระทั่งเครื่องตัดหญ้า แต่ที่แปลกที่สุดคือ พราหมณ์นำอุปกรณ์ทำพิธีอย่างพาน ทองเหลืองมาจำนำ

โดยทั่วไปแล้วสิ่งของที่นำมาจำนำเป็นของเก่าหรือของโบราณ เช่น เครื่องทองเหลือง ขันทองแดง อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น เครื่องทำน้ำแข็งไส ชุดหม้อสุกี้ไฟฟ้า เตาอบไฟฟ้า ชุดเครื่องครัว อุปกรณ์เครื่องมือช่าง เครื่องตัดหญ้า เครื่องซักผ้า ทีวี และจักรยาน เป็นต้น โดยมองแนวโน้มว่าจะมีการนำของใช้ในครัวเรือน มาจำนำมากขึ้น เพราะดูจากสถานการณ์แล้วเพราะเป็นช่วง เด็กเรียนจบและไปหาสถานศึกษาใหม่ ทำให้ผู้ปกครองต้องใช้เงิน และเป็นช่วงใส่ปุ๋ยผลไม้ เพราะอำเภอเบตง ผลไม้เริ่มออกผลผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคม ชาวเกษตรกร ในเบตงจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อนำไปซื้อปุ๋ยใส่สวนผลไม้ ประกอบกับเตรียมเงินไว้ช่วงเปิดภาคเรียน นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้น อีกทั้งสินค้าต่างปรับราคาแพงขึ้น ทำให้สถานธนานุบาลฯ ย่อมเป็นที่พึ่ง แห่งหนึ่งของประชาชนที่จะนำทรัพย์สินมาเป็นเงินที่จะใช้หมุนเวียนได้

โดยลูกค้าที่นำของมาจำนำให้เหตุผลว่า การนำของมาจำนำ ก็ทำให้มีเงินใช้หมุนเวียน และดอกเบี้ยก็ไม่แพง ดีกว่า การกู้เงินนอกระบบหรือกดบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูงและบางส่วนก็มองว่าทรัพย์สินเป็นของนอกกาย มีก็เอามาจำนำ เพื่อหาเงินช่วยเหลือคนในครอบครัวให้ผ่านวิกฤต

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน