กทม. – นายเจษฎา จันทรประภา รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. เปิดเผยว่า ปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างและซ่อมแซมอุโมงค์ระบายน้ำ 4 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน หลังจากประสบปัญหาอุโมงค์ถล่ม ปัจจุบันกำลังซ่อมแซมโดยแก้ไขแบบโครงสร้างทั้งหมด อยู่ระหว่างเร่งผู้รับเหมาก่อสร้างดำเนินการ อุปสรรคคือส่วนที่ถล่มเสียหายความยาวประมาณ 100 เมตร ต้องรื้อของเดิมออกทั้งหมดแล้วสร้างใหม่ คาดว่าต้องใช้เวลาแก้ไขอย่างน้อย 3 ปี โดยตัวอุโมงค์ทั้งหมดมีขนาด 5 เมตร ความยาวประมาณ 9.40 ก.ม. ลึกใต้ผิวดิน 30 เมตร พร้อมก่อสร้างสถานีสูบน้ำตอนปลายอุโมงค์กําลังสูบ 60 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ใช้งบประมาณ 4,925.665 ล้านบาท
จุดที่ 2 อุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร ขนาด 5.70 เมตร ยาวประมาณ 13.50 ก.ม. พร้อมก่อสร้างสถานีสูบน้ำตอนปลายอุโมงค์กําลังสูบ 60 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยเริ่มรับน้ำจากคลองบางบัว ลอดใต้คลองวัดหลักสี่ คลองเปรมประชากร ถนนรัชดาภิเษก ถนนวงศ์สว่าง ก่อนออกแม่น้ำจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานพระราม 7 ช่วยระบายน้ำครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 109 ตารางกิโลเมตร ได้แก่ พื้นที่เขตดอนเมือง สายไหม บางเขน หลักสี่ และจตุจักร ใช้งบประมาณ 9,800 ล้านบาท ยังไม่มีกำหนดแล้วเสร็จ เนื่องจากติดปัญหาบ้านรุกล้ำริมคลอง
จุดที่ 3 อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนาบริเวณคอขวด ขนาดไม่น้อยกว่า 3.70 เมตร ความยาว 2.03 กิโลเมตร โดยตั้งเป้าระบายน้ำผ่านคลองทวีวัฒนาประมาณ 32 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อป้องกันน้ำท่วมฝั่งธนบุรี ใช้งบประมาณ 2,224,200,000 บาท คาดว่าต้องใช้เวลาก่อสร้างอีก 2-3 ปี
และจุดที่ 4 อุโมงค์ระบายน้ำจากคลองแสนแสบ และคลองลาดพร้าวถึงบริเวณซอยลาดพร้าว 130 ขนาด 3.60 เมตร ยาวประมาณ 3.80 ก.ม. พร้อมขยายความยาวของอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบเพิ่มเติม และก่อสร้างอาคารรับน้ำเข้าสู่อุโมงค์บริเวณปากซอยลาดพร้าว 130 บริเวณคลองจั่น บริเวณคลองเจ้าคุณสิงห์ ช่วยระบายน้ำผ่านอุโมงค์ในอัตรา 30 ลบ.ม.ต่อวินาที
นายเจษฎากล่าวต่อว่า จุดที่น่าเป็นห่วงคืออุโมงค์ บึงหนองบอน เพราะไม่สามารถซ่อมแซมได้ ต้องใช้เวลาทั้งการรื้อถอน และสร้างใหม่ รวมถึงอุโมงค์คลองเปรมฯ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะติดปัญหาบ้านรุกล้ำคลอง