ตํารวจอ่างทองต้องวุ่นกันอยู่หลายวัน หลังเกิดคดีขาใหญ่ในพื้นที่ ลากอาวุธปืนสงครามออกมายิงถล่มกันจนมี ผู้เสียชีวิต
ย้อนเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 26 ก.พ. ร.ต.อ.สิริชัย สีนิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงในวงสุรา จนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 54/4 หมู่ที่ 3 ริมถนนลำท่าแดง ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง

ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ด้านในมีโต๊ะสนุ้กเกอร์ตั้งอยู่ ส่วนบริเวณหน้าบ้านนั้นมีโต๊ะม้าหินและโต๊ะไม้ ด้านข้างเป็นห้องแถวชั้นเดียวหลายคูหา ส่วนบริเวณถนนทางเข้ากลางมีรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร สปอร์ต หมายเลขทะเบียน 4กษ 8552 กรุงเทพฯ จอดอยู่ มีร่องรอยถูกกระสุนปืน ด้านข้างรถยนต์ พบนายเมธัสสิทธิ์ ปยุดาสิราวิชญ์ อายุ 62 ปี หรือที่รู้จักกัน ในชื่อ “อ้วน บ้านอิฐ” ผู้รับเหมาก่อสร้างชื่อดัง คนสนิทของอดีตนายกอบต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง นอนหายใจรวยริน มีบาดแผลถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิด ที่บริเวณคิ้วด้านซ้ายทะลุข้างหลัง และมีเศษกะโหลกศีรษะตกอยู่ข้างกองเลือด บริเวณ หน้ารถยังพบนายวรินทร์ธนิน ปยุดาสิราวิชญ์ อายุ 36 ปี ลูกชาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณนิ้วกลางนิ้วนางทั้งสองข้าง และเฉียดหลังศีรษะ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง เร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่นายเมธัสสิทธิ์ เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนนายวรินทร์ธนินให้การว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุ เข้ามาหาเรื่องที่โต๊ะที่ตนเองกำลังนั่งดื่มสุรากันอยู่ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน โดยมาขอกินเหล้าฟรีแต่เกิดมีปัญหากัน จึงขับรถจักรยานยนต์ออกไป ก่อนกลับมายืนที่บริเวณถนนแล้วใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด ยิงขู่ก่อนเข้ามาดวลปืนกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและ เสียชีวิต

โฉมหน้า 2 คนร้าย
เบื้องต้นเจ้าของห้องเช่าและโต๊ะสนุ้กเกอร์ที่เกิดเหตุเล่าให้ฟังว่า อยู่ภายในห้องได้ยินเสียงคนทะเลาะเถียงกันและเดินออกมาดู และก็กลับเข้าไปยังห้องพัก ก่อนได้ยินเสียงปืนแต่ไม่กล้าออกมาดู จนสิ้นเสียงปืนพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนกล้องวงจรปิดที่ติดไว้นั้น เจ้าหน้าที่ได้นำไปตรวจสอบเพื่อหาเบาะแสของผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.สิทธิโชค สิทธิโสภณ รองผกก.สืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง รวบรวมหลักฐานจากคลิปในที่เกิดเหตุ กระทั่งทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่ามีจำนวน 2 คน ชุดสืบสวน ภ.จว.อ่างทอง และ สภ.เมืองอ่างทอง ได้เรียกตัวพยานที่เข้าไปเล่นสนุ้กเกอร์ในที่เกิดเหตุมาสอบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ทำให้ลงมือก่อเหตุ

จุดทิ้งปืน
ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจขอศาลออกหมายจับนายณัฏฐสิทธิ์ มากระดี หรือ “อาร์ม ท้ายย่าน” อายุ 28 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และยึดรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ ก่อเหตุมาตรวจสอบ สำหรับผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คนนั้น รอรวบรวม พยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น รอความชัดเจนอีกครั้งว่าเป็นอาวุธปืนอะไร
คดีนี้ตำรวจอ่างทองระดมกันตามล่าตัวคนร้าย รวมทั้งติดตามกดดันอย่างหนัก หลังพบหลักฐานว่าอาวุธปืนที่คนร้าย ใช้เป็นอาวุธปืนสงคราม
ผ่านไปไม่ถึง 2 อาทิตย์ก็ปิดคดีลงได้ โดยเมื่อวันที่ 8 มี.ค.66 นายเตือนใจ ทรงไตร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอ่างทอง นำตัวนายณัฏฐสิทธิ์ มากระดี หรืออาร์ม อายุ 28 ปี และนายโยธิน จันทร์สามเรือน หรือโย อายุ 26 ปี 2 ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว กับ พ.ต.อ.พจนกร กัญจินะ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง หลังจาก ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่กดดันอย่างหนัก จนกลัวที่จะถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม จึงติดต่อผ่านทางนายกเตือนใจ เพื่อขอเข้ามอบตัวสู้คดี

อาวุธปืนของกลาง
ตำรวจควบคุมตัวทั้งคู่ไปสอบสวนต่อในห้องสืบสวน โดยแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งทางผู้ต้องหาสารภาพว่า นำอาวุธปืนสงครามใส่กระสอบปุ๋ย นำไปโยนทิ้งไว้ในคลอง ริมถนนสายอ่างทอง-โพธิ์ทอง (สายใน) ตรงข้ามวัดไทรย์ ต.ป่างิ้ว อ.เมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือจากชุดปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำ จากอาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุดอำเภอเมืองอ่างทอง ให้ร่วมค้นหา จนพบอาวุธปืนเอ็ม 16 ของกลางถูกห่อด้วยถุงปุ๋ยมัดปากถุงอย่างดี จมอยู่ก้นคลอง จึงยึดนำมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
แค่ไม่พอใจที่เบ่งกินฟรีไม่ได้ ถึงขั้นลากอาวุธสงครามมาถล่มกันจนถึงตาย ยังกับบ้านป่าเมืองเถื่อนก็ไม่ปาน
สุรศักดิ์ หริ่มสืบ – เรื่อง/ภาพ