บ้านนี้เมืองนี้เข้าใกล้ยุค‘มิคสัญญี’ เพื่อรอการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค ‘พระศรีอริยเมตไตรย’ ตามคติความเชื่อของศาสนาพุทธหรือเยี่ยงไร
ผู้คนถึงมองผู้อื่นเป็นเหมือนสัตว์ ไม่เห็นว่าเป็นคน ต่างห้ำหั่นฆ่าฟันกันราวกับผักปลา
ล่าสุดเกิดเหตุสลดขึ้นในพื้นที่หมู่ 13 ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เมื่อร.ต.อ.พชรพล ตันจริง รองสว.(สอบสวน) สภ.นายายอาม รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทก่อนลุกลามเป็นยิงกันมีผู้เสียชีวิตในช่วงบ่ายวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา

สภาพศพนายสำรวย รักษากิจ
หลังรับแจ้งเหตุผู้กองพชรพลรีบรายงานเหตุร้ายต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พ.ต.ท.อดุลย์ ศรีพารา รอง ผกก.สอบสวน สภ.นายายอาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนบก.ภ.จว.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.นายายอาม เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.นายายอาม และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนลูกรังหน้าบ้านพักเลขที่ 39/2 หมู่ 13 ต.นายายอาม พบศพนายสำรวย รักษากิจ อายุ 67 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุนอนจมกองเลือดอยู่ สภาพถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าใต้ตาขวา 1 นัด กระสุนฝังใน และชายโครงใต้รักแร้ซ้ายอีก 1 นัด กระสุนทะลุสะบักไหล่ขวา
ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ 1 ปลอก และมีมีดขอดายหญ้ายาวประมาณ 3 ฟุต ตกอยู่ข้างศพ

มีดขอตกข้างศพ
ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายประสิทธิ์ สมพอง อายุ 55 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 165/78 หมู่ 7 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อนบ้านรั้วติดกันกับผู้ตาย หลังก่อเหตุหลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านพัก
พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์สั่งเจ้าหน้าที่รีบกระจายกำลังปิดล้อมบ้านผู้ก่อเหตุทันที โดยกำชับให้ใช้ความระมัดระวังเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธร้ายแรง เพื่อป้องกันชาวบ้านถูกลูกหลง และป้องกันการสูญเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่

ประสิทธิ์ สมพอง ผู้ก่อเหตุ
หลังใช้เวลาเจรจาเกลี้ยกล่อมอยู่นานนับชั่วโมง ในที่สุดนายประสิทธิ์ก็ยอมออกมามอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี พร้อมปืนพกทูตมรณะที่ใช้ก่อเหตุ โดยยังมีกระสุนบรรจุอยู่ในแม็กกาซีนและรังเพลิงอีก 12 นัด
สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าชนวนสาเหตุมาจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต มีปัญหาระหองระแหงทะเลาะกันเรื่องที่ดินที่อยู่ติดกันมานานนับ 10 ปี
นอกจากนายสำรวยผู้ตายแล้ว นายประสิทธิ์มือปืนยังมีเรื่องกับเพื่อนบ้านข้างเคียงซึ่งมีที่ดินติดกันแทบทุกคน มักมีปากเสียงทะเลาะวิวาทจนนายสมนึก ศรีเสริม ผู้ใหญ่บ้าน ต้องออกหน้าเจรจาไกล่เกลี่ยให้เป็นประจำ แต่ยังไม่วายมีเรื่องร้องเรียนไปถึงระดับอำเภออีกหลายหน
เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ให้ปากคำตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุนายสำรวยผู้ตายสังเกตเห็นนายประสิทธิ์มือปืนเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูรั้วบ้าน 2-3 รอบ จึงคว้ามีดดายหญ้าที่มักพกติดตัวเดินออกไปหาแล้วถามว่ามีปัญหาอะไร ก่อนจะมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง

พฐ.ตรวจเก็บพยานหลักฐาน
ขณะที่ชาวบ้านต่างไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมาก เพราะระอาและชาชินกับพฤติกรรมดังกล่าวมานานเป็น 10 ปี จู่ๆ นายประสิทธิ์ก็ชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาจ่อยิงอริรุ่นพี่ในระยะเผาขน 2 นัดติดๆ กัน จนอีกฝ่ายแทบจะสิ้นใจตายในทันทีที่ล้มลงจมกองเลือด
ส่วนเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุสยดสยองต่อหน้า และพยายามจะเข้าไปช่วย กลับถูกฆาตกรมือใหม่ชูปืนและตะโกนขู่ลั่นหมู่บ้านว่า อยากตายอีกศพหรือเปล่า จนไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ ก่อนวิ่งเข้าไปซ่อนตัวในบ้านพัก กระทั่งตำรวจมาเกลี้ยกล่อมให้ยอมมอบตัวในที่สุด

จนท.ชันสูตรพลิกศพ
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุ อันควร และไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี
อีกอุทาหรณ์ที่อาจเป็นเครื่องบ่งชี้ความคิดของผู้คนในทุกวันนี้ซึ่งกลายเป็นสังคมเชิงเดี่ยว แม้จะมีรั้วบ้านติดกันกลับทำตัวไม่ รู้จักหรือมองเป็นศัตรูคู่แค้น เพราะเห็นแต่ ‘อัตตา’ มีเพียงตัวกู ของกู
ต่างจากยุคสมัยก่อน คนบ้านใกล้เรือนเคียง แม้ไม่ได้ร่วมสายเลือดนามสกุลเดียวกัน แต่นับถือเรียกขานกันเป็น ลุง ป้า น้า อา ลูก หลาน สนิทสนมราวเป็นเครือญาติกันจริงๆ
อธิคม สิงขรณ์
เรื่อง/ภาพ