วันที่ 18 มี.ค. บีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกายินดีต่อกรณีที่ศาลอาญาระหว่างประเทศหรือไอซีซีออกหมายจับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามในประเทศยูเครน

ข้อกล่าวหาเน้นที่การเนรเทศเด็กจากยูเครนไปยังรัสเซียอย่างผิดกฎหมายนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อเดือนก.พ.2565 ซึ่งทางการรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาและประณามว่าหมายจับ ช่างอุกอาจ ทั้งนี้ผลจากการออกหมายจับในระดับมากไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากไอซีซีไม่มีอำนาจที่จะจับกุมผู้ต้องสงสัยโดยปราศจากการร่วมมือกันของรัฐบาล รัสเซียไม่ใช่สมาชิก ไอซีซี ทำให้ศาลไอซีซีไม่มีอำนาจในรัสเซีย อย่างไรก็ตาม การออกหมายจับสร้างผลกระทบทางอื่นต่อ นายปูติน อาทิ การไม่สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ ขณะนี้นายปูตินอาจถูกจับกุมได้ หากเยือนประเทศใดๆ ก็ตามที่เป็นสมาชิกไอซีซีซึ่งมีจำนวน 123 ประเทศ นายปูตินเป็นเพียงประธานาธิบดีคนที่ 3 ที่ถูกไอซีซีออกหมายจับ

นายไบเดนระบุว่า ขณะที่ไอซีซีไม่มีอำนาจในสหรัฐด้วยเช่นกัน แต่การออกหมายจับสร้างจุดแข็งอย่างมาก ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐกำหนดอย่างเป็นทางการแล้วว่า รัสเซียกระทำอาชญากรรมสงครามระหว่างเหตุความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในยูเครน ด้านสหประชาชาติหรือยูเอ็นเผยแพร่รายงานเมื่อสัปดาห์นี้ระบุ พบว่า รัสเซียเคลื่อนย้ายเด็กชาวยูเครนโดยบังคับไปยังหลายพื้นที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียนั้นเทียบเท่าอาชญากรรมสงคราม

ในแถลงการณ์ของไอซีซีเมื่อวันศุกร์ที่ 17 มี.ค.ระบุว่า มีเหตุผลซึ่งเชื่อได้ว่านายปูตินกระทำ อาชญากรรมสงครามโดยตรง ตลอดจนกระทำร่วมกับผู้อื่น อีกทั้งกล่าวหานายปูตินล้มเหลวที่จะใช้อำนาจของประธานาธิบดีที่จะหยุดการเนรเทศเด็ก นอกจากนี้ไอซีซียังออกหมายจับ น.ส.มาเรีย ลโววา เบโลวา คณะกรรมาธิการเพื่อสิทธิเด็กของรัสเซียในข้อหาเดียวกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน