ผมต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคที่อยู่ตรงกลาง ร่วมงานได้กับทุกพรรค และชาวบ้านทุกวันนี้ต้องการเห็นส.ส.ของเขาไปเป็นรัฐบาล ผมมองว่าถึงอย่างไรพรรคชาติไทยพัฒนาต้องเป็นรัฐบาล เพราะเป็นพรรคตรงกลาง

ส่วนตัวคิดว่าถ้าไปซ้ายจัด หรือไปขวาจัด เราอาจพาประชาชนไปเสี่ยงจะเสียโอกาส

ผมลาออกจากพรรคภูมิใจไทย เพราะภูมิใจไทยงดออกเสียงกฎหมายคลองไทย ทำให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป ผมทำงานเรื่องนี้มานานหลายปีร่วมกับสมาคมคลองไทยในทุกจังหวัด ทำให้คิดว่าต้องเข้าไปในสภาให้ได้ เพื่อผลักดันกฎหมายนี้ให้สำเร็จ

ส่วนการหาเสียงเน้นเข้าถึงทุกบ้าน เดินจนเรียกได้ว่ากระแสผมฟีเวอร์แล้วตอนนี้ ชาวบ้านรู้จัก เพราะพาอบจ. ชนะมา 2 ครั้งแล้ว ภรรยาผมก็เป็นรองนายกอบจ.สองสมัย ชาวบ้านเห็นเราบ่อย ทำงานกระจายอำนาจท้องถิ่น เข้าใจระบบงานดีพอสมควร และเป็นนักกฎหมาย มาถึงจังหวะนี้ผมพร้อมเต็มที่

ที่จริงพรรคเพื่อไทยก็อยากได้ผม แต่ผมไม่ไป จึงเลือกพรรคชาติไทยพัฒนาที่จะไปได้รอดถ้าอยู่กับลุงป้อมกระแสต้านยังหนักอยู่

 

นอกจากเคาะประตูบ้านแล้ว นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นำทีมมาเปิดเวทีปราศรัย ในวันที่ 24 มี.ค. เพื่อพบปะประชาชนในพื้นที่

สำหรับนโยบายที่นำเสนอน นอกจากนโยบายของพรรคแล้ว ผมชูเรื่องแก้ไขสินค้าการเกษตร ราคาข้าวให้ดีขึ้นมากกว่านี้ เป็นการนำนโยบายพรรค และนโยบายในพื้นที่ที่เรามองเห็นปัญหามาผนวกกัน

ผมจะเน้นจุดขายเรื่องการไปแก้กฎหมายในสภา ขนาดชาวบ้านยังบอกเลยว่ายังไม่ได้เป็นส.ส.แต่พูดได้เก่งกว่าส.ส.อีก จึงกลายเป็นฟีเวอร์ ชาวบ้านอยากเห็นเราเข้าสภาได้ก่อน ตอนนี้จึงขอทั้งพรรคและคน

สำหรับความมั่นใจในการชนะเลือกตั้งครั้งนี้ น่าจะ 90% เป็นอย่างต่ำ ขอพูดถ่อมตัวไว้นิดหน่อย กลัวคนอื่นจะหมั่นไส้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน