นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีแนวคิดที่จะเสนอให้พรรคพิจารณามาตรการช่วยกลุ่มเปราะบาง ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะรับรองเงินนอกระบบมาเป็นเงินในระบบและคิดดอกเบี้ย 20-30% โดยข้อเท็จจริงชาวบ้านและเกษตรกร ถ้าไม่ได้รับความเสมอภาค ไม่มีสิทธิ์ที่จะฟื้นตัว ที่ต้องกู้เงินนอกระบบ แต่ต้องมาแบกดอกเบี้ยแพง ต่างจากปล่อยกู้ให้นายทุนคิดดอกเบี้ยเพียง 2-3% เท่านั้น
ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นเงินฝากของประชาชนทั้งประเทศประมาณ 22 ล้านล้านบาท ที่ธนาคารต่างๆ ปล่อยกู้ให้กิจการขนาดใหญ่จำนวนมากแต่ในระดับข้างล่าง อาทิ เอสเอ็มอี หาบเร่แผงลอย ได้มาพูดคุยกับตนและพรรคว่าเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนเหล่านี้ เพราะธนาคารคิดดอกเบี้ยแพง รวมถึงดอกเบี้ยเงินฝากได้เพียง 0.75-1% แต่เวลาธนาคารต่างๆ นำเงินไปปล่อยกู้ เก็บดอกเบี้ย 7-8% ฉะนั้นจะนำเรื่องนี้ประชุมกับ คณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อหาแนวทางแก้ไข
การที่บอกว่าจะปล่อยกู้ธุรกิจใหญ่ๆ ระดับชาติ แล้วคิดดอกเบี้ยถูกๆ แต่พอคนจนจะกู้คิดแพง ทั้งที่เขาเป็นคนไทยเหมือนกัน ใครจะรับไหว ก็มีแต่จนลง หากประชาชนสนับสนุนเรา มั่นใจว่าจะทำได้ เพราะอำนาจทุกอย่างอยู่ที่นายกฯ ถ้านายกฯ ไม่ทำก็จะเจออย่างนี้
เมื่อถามว่าธนาคารต่างๆ จะให้ความร่วมมือหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ถ้าไม่ให้ความร่วมมือ ต้องมีกฎเกณฑ์บังคับ มิเช่นนั้นจะไม่มีความเสมอภาคในการประกอบอาชีพ