บีบีซีรายงานวันที่ 25 มี.ค. ถึงความคืบหน้าในยูเครนว่า พลเอกวาเลรี ซาลุซนีย์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน แถลงว่าสถานการณ์ของสมรภูมิเมืองบักมุต แคว้นโดเนตสก์ ทาง ตะวันออก เริ่มคงที่แล้ว แม้กองกำลังรัสเซียและทหารรับจ้างกลุ่มแวกเนอร์พยายามโจมตีต่อเนื่องนานหลายเดือน แต่ก็ยังไม่สามารถเข้ายึดครองได้ทั้งหมด
“ในขณะที่สถานการณ์แนวหน้าของยูเครนมีความยากลำบากที่สุดในเมืองบักมุต แต่เพราะความพยายามอย่างหนักแน่นของกองทัพยูเครน เราสามารถดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์” พลเอกซาลุซนีย์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังพูดคุยกับพลเรือเอกเซอร์ โทนี ราดากิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมของอังกฤษ เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน
ขณะที่พลเอกโอเล็กซานเดอร์ เซอร์สกี ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของยูเครน กล่าวว่ากองกำลังรัสเซียในพื้นที่รอบเมืองบักมุตมีความเหนื่อยล้าจากการทำสงคราม แต่ยังไม่ ล้มเลิกความตั้งใจที่จะยึดครองเมืองบักมุต ทั้งที่สูญเสียกำลังคนและอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากก็ตาม “พวกเขาสูญเสียความแข็งแกร่งอย่างมาก ในไม่ช้าเราจะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เช่นเดียวกับที่เราทำในสมรภูมิใกล้กรุงเคียฟ เมืองคาร์คิฟ เมืองบาลากลียา และเมืองกูปิยันสก์”
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มี.ค. โดยระบุเชื่อว่าจีนไม่ได้ส่งอาวุธให้รัสเซีย “ผมได้ยินมาตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาว่า จีนกำลังจะจัดหาอาวุธสำคัญให้แก่รัสเซีย พวกเขายังไม่ได้ทำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ทำ แค่ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ส่งอาวุธ” ทั้งยังเสริมว่าการรายงานเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้หารือกระชับมิตรที่กรุงมอสโกเมื่อต้นสัปดาห์อาจจะเกินจริง แม้ทั้งสองผู้นำจะตกลงด้านต่างๆ กัน แต่สิ่งที่ชัดเจนคือจีนไม่ได้ให้คำมั่นที่จะจัดหาอาวุธให้รัสเซียเพราะเกรงว่าจะถูกคว่ำบาตร