ผมมาอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา เพราะดูนโยบายของพรรคแล้วสามารถช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่
การลงสนามการเมือง เนื่องจากที่บ้านเปิดร้านขายยา มีลูกค้าประจำ ได้รับฟังปัญหาของพี่น้องในพื้นที่อยู่เสมอ
เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาผมได้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย จนมาถึงจุดหนึ่งมีผู้ใหญ่มาชวนให้ลงสนามการเมือง เพื่อเข้ามาช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ จึงตัดสินใจเข้ามา เพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องในพื้นที่ อย่างน้อยมีเสียงดังพอที่จะช่วยเหลือชาวบ้านได้
รูปแบบการหาเสียงหลักๆ คือเดินตามบ้าน พูดคุยและรับฟังปัญหา เพราะแต่ละบ้านปัญหาไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ในพื้นที่คือชาวนา ที่มีปัญหาราคาปุ๋ยสูง ค่าแรงสูง แต่ราคาข้าวตกต่ำ
นโยบายของเราจะทำเพื่อพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการแจกพันธุ์ข้าวคุณภาพ เพื่อให้ชาวนาได้ผลผลิตที่ดี นโยบายการลดค่าไฟฟ้า ขยายการไฟฟ้าไปยังการเกษตรเพื่อให้มีราคาลดลง จากที่เคยใช้กันอยู่ปัจจุบันหน่วย 7 บาท และบอกว่าถ้า 5 บาทก็อยู่ได้ แต่นโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา จะสามารถทำได้ถึง 2 บาท ในช่วงหน้าแล้ง ก็มีนโยบายขุดบ่อบาดาลขนาดใหญ่ เพื่อช่วยอีกทางหนึ่งด้วย
ผมยังชูจุดขาย ‘รับฟัง ทำจริง’ ด้วยความเป็นเด็กในพื้นที่ เป็นคนรุ่นใหม่ มีความสด ตั้งใจจะมาพัฒนาพื้นที่จริงๆ อย่างน้อยคนที่เบื่อแบบเก่าๆ แล้ว เราจะเป็นทางเลือกใหม่ให้พี่น้องประชาชน
ส่วนความมั่นใจในการชนะเลือกตั้ง มองว่ายัง 50:50 สุดท้ายต้องแล้วแต่ประชาชนที่จะตัดสินใจ แต่ผมจะทำอย่างเต็มที่ อย่างน้อยเราไม่เสียดายภายหลัง
แพ้ชนะไม่สำคัญแต่ขอให้ทำเต็มที่ก่อน “ผมสู้เต็มที่ครับ”