สาวงามชาวเหนือ กานต์ ชนนิกานต์ สุพิทยาพร คว้ามงฯ นางสาวไทยประจำปี 2566 ท่ามกลางเสียงชื่นชมในความสวย เก่ง ฉลาด จากแฟนๆ นางงาม ล่าสุดเดินทางเข้าเยี่ยมขอบคุณกองบรรณาธิการข่าวสดในการนำเสนอข่าวการประกวด พร้อม แอ้ม สุพรรษา วัฒนานุสิทธิ์ รองอันดับ 4 และให้สัมภาษณ์พูดคุยอย่างเป็นกันเองที่อาคารข่าวสด

“ตอนนี้เปลี่ยนจากความตื่นเต้นที่ได้รับมงกุฎเป็นความภูมิใจ แล้วค่ะ ตอนแรกรู้สึกเหมือนเป็นความฝัน พอได้ใช้เวลากับมัน ทุกๆ คนมาแสดงความยินดีจึงกลายเป็นความภูมิใจของเรา การเป็นนางสาวไทย เป็นความฝันที่เอื้อมไม่ถึงของเราในตอนแรก เพราะกานต์ไม่สวย ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ พอได้ทำกิจกรรมมากขึ้น บุคลิกภาพเราก็ดีมากขึ้น เราก็ดูสวยขึ้นได้ เหตุผลที่ทำกิจกรรมเยอะเพราะกานต์เป็นลูกสาวคนเดียว เราอยากเป็นหัวหน้าครอบครัว อยากเข้มแข็งดูแลครอบครัวให้ได้ จึงทำกิจกรรมทุกอย่าง ทั้งกิจกรรมวิชาการ การสอบเข้าเภสัชฯ เป็นประธานรุ่น ประธานเชียร์ เป็นวิทยากร และรู้สึกว่าเราสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ จึงนำมาสู่การสมัครเป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทุกสิ่งหล่อหลอมให้เราเป็นเราทุกวันนี้” กานต์ ชนนิกานต์ เปิดใจ

ก่อนเผยว่ารู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนเด็กที่อยู่ในสนามเด็กเล่น จึงไม่จำกัดตัวเองในการทำทุกอย่าง ถ้าผิดพลาดเราก็แค่แก้ไข ไม่ปิดโอกาสตัวเอง การเป็นนางงามก็เช่นกัน กานต์ประกวดมาหลายเวที ทำการบ้านว่าแต่ละเวทีต้องการอะไร กานต์เข้ามาในวงการตอนอายุมากแล้ว คือ 21 ปี เพราะก่อนหน้านี้กานต์เรียนเภสัชฯ เรียนหนักมาก เมื่อเรียนจบปุ๊บเราจึงเต็มที่กับตรงนี้ได้ เหลือเพียงรอรับปริญญาและสอบใบประกอบวิชาชีพ

“จากที่เราเรียนมาอย่างหนักหน่วงกานต์อยากทำงานค่ะ ขณะนี้กำลังถ่ายทำละครเรื่องดวงใจ เทวพรหม ทางช่อง 3 รอลุ้นกันนะคะว่ากานต์จะรับบทอะไร อยากปฏิบัติหน้าที่นางสาวไทยให้เต็มที่ อยากทำโครงการ ‘Underprivileged to precious ด้อยโอกาสสู่ได้โอกาส’ ที่กานต์ทำร่วมกับน้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จ.เชียงใหม่ ตอนนี้อยากขยายโครงการไปทั่วประเทศ จุดเริ่มต้นของการเรียนภาษามือเริ่มจากเราทำกิจกรรมเยอะมาก เมื่อทำกิจกรรมกับกลุ่มน้องๆ ผู้ด้อยโอกาส กานต์รู้สึกว่าเราเข้าไม่ถึงเขา เราไม่สามารถเข้าใจเขาได้ทั้งหมด จึงเริ่มเรียนภาษามือ เพื่อจะเข้าใจเขาได้มากขึ้น เรียนทั้งภาษามือ อักษรเบรล และเรียนภาษาที่ 3 คือภาษาเกาหลีด้วย” นางสาวไทยประจำปี 2566 กล่าว

ก่อนกล่าวต่อว่าเคยให้สัมภาษณ์ไปว่ามีสิ่งที่น้องๆ ฝากเรามาด้วย จริงๆ น้องๆ ฝากเราสนับสนุนหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่กานต์จะนำออกมาเร็วๆ นี้คืออยากนำเสื้อเพนต์ภาพของน้องๆ ผู้ด้อยโอกาสมาเปิดประมูล น้องๆ เหล่านี้เป็นตัวอย่างของผู้ที่ไม่มีขีดจำกัดในความสามารถของตัวเอง เพราะน้องๆ สามารถทำหลายอย่างที่เป็นความฝันของตัวเอง อยากให้ทุกคนเปิดใจให้พวกเขามากขึ้น

สำหรับกระแสข่าวที่อาจไม่ได้ไปประกวดมิสเวิลด์ตามที่กองประกวดวางไว้ตอนแรก กานต์กล่าวว่ายังไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน ให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ยอมรับและเคารพการตัดสินใจของผู้ใหญ่ หน้าที่สูงสุดคือนางสาวไทย ส่วนมิสเวิลด์เป็นผลพลอยได้ที่จะได้พัฒนาความสามารถของตัวเอง ถามว่าลึกๆ เสียดายไหมก็คงเสียดาย แต่เราต้องจัดการความคิดและอารมณ์ของเรากับสิ่งที่จะเกิดขึ้น สมมติว่า ไม่ได้ไปแล้วเราอยากไปจริงๆ ก็อาจจะประกวดอีกครั้งเพื่อให้ได้ไป

“ต่อจากนี้จะเป็นทูตวัฒนธรรมให้ประเทศไทย เมืองไทยเรามี 5 F ทั้ง Food อาหาร, Film ภาพยนตร์และวีดิทัศน์, Fashion การออกแบบแฟชั่นไทย, Fighting ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย และ Festival เทศกาลประเพณีไทย ให้ส่งเสริมตลอดไป ประเทศไทยยังมีที่ที่คนทั้งโลกยังไม่เห็น ทีมนางสาวไทยเราจะไปนำมาให้ทุกคนชมกันอย่างแน่นอน” กานต์กล่าว

ด้าน แอ้ม สุพรรษาเผยว่า การเป็นนางงามเป็นหนึ่งความฝัน เมื่อเรียนจบม.6 มีคนชวนจึงเข้ามาประกวด ภูมิใจในตัวเองมาก เพราะเพิ่งเรียนจบมัธยม อายุแค่ 18 ปี แล้วได้เป็นรองอับดับ 4 นางสาวไทย พ่อแม่โทร.มายินดี ดีใจมาก แอ้มไม่มีประสบการณ์จึงฝึกหนักกว่าคนอื่น อาศัยดูตามยูทูบแล้วฝึกฝนการเดิน การพูด และเราก็ทำได้

สองสาวฝากขอบคุณแฟนนางงามที่สนับสนุนและคอยส่งกำลังใจ ให้พวกเธอ พร้อมฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้ทีมนางสาวไทย ประจำปี 2566

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน