รอยเตอร์รายงานวันที่ 30 มี.ค. ถึงกระแสวิตกกังวลหลังจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงเมื่อวันพุธที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เปิดฉากซ้อมรบระบบขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์หลายหัวที่เรียกว่า “ยาร์ส” มีพิสัยยิงไกลกว่า 12,000 กิโลเมตร
เข้าข่ายเป็นภัยคุกคามต่อชาติตะวันตกเพราะอยู่ในระยะที่รัสเซียสามารถโจมตีได้ทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุอีกว่ามีทหารกว่า 3,000 นายเข้าร่วมการ ฝึกซ้อม พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์อีก 300 ชิ้น โดยจะซ้อมใน 3 ภูมิภาคของประเทศ แต่ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นที่ใด
“การทดสอบขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์จะใช้วิธีอำพรางและตอบโต้การลาดตระเวนทางอากาศสมัยใหม่ โดยร่วมมือกับมณฑลทหารกลาง รวมถึงกองทัพอากาศและอวกาศรัสเซีย” นอกจากนี้ยังมีการฝึกซ้อมติดตั้งระบบขีปนาวุธยาร์สร่วมกับกองพลขีปนาวุธโนโวซิเบิร์สก์และขีปนาวุธออมสก์ด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทำเนียบขาวของสหรัฐแถลงก่อนหน้านี้ว่า แจ้งต่อทางการรัสเซียว่าจะหยุดแลกเปลี่ยนข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนอาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซีย ภายหลังประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศระงับสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์นิว สตาร์ต ตั้งแต่เดือนก.พ. ด้วยเหตุนี้นายเซอร์เก เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุในเวลาต่อมาว่ารัฐบาลรัสเซียจะหยุดแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งหมดกับรัฐบาลสหรัฐเช่นกัน และจะไม่มีการแจ้งเตือนการซ้อมรบหรือกิจกรรมทางการทหารใดๆ อีกต่อไป วันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสเปนแถลงว่าจะส่งรถถังเลพเพิร์ด รุ่น 2 เอ 4 จำนวน 6 คันให้กับยูเครนหลังวันที่ 9 เม.ย.ที่จะถึงนี้ เพื่อสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยของยูเครน