นักบวชแก้ผ้าของฮินดู

ฝึกจิต

ศาสนาฮินดู ศาสนาประจำชาติอินเดีย ที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ในปี 2023 นี้ เป็นหนึ่งในศาสนาที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย มีเทพเจ้ามากมาย มีวิธีการเข้าถึงโมกษะ คือ เป้าหมายสูงสุดของศาสนาอยู่หลายแบบ และมีนักบวชฮินดูอยู่มากมายหลายประเภท

ซึ่งนักบวช นาคะสาธุ หรือ นาคะบาบา เป็นนักบวชประเภทหนึ่งที่ “สุดแปลก” ของศาสนาฮินดู ที่เขาเหล่านี้นับถือพระศิวะ

แต่ส่วนใหญ่จะไม่ใส่เสื้อผ้า หรือ นุ่งเฉพาะผ้าเตี่ยว ปกปิดอวัยวะส่วนล่างเพียงอย่างเดียว จึงมักทำให้คนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นนักบวชของศาสนาเชน

นักบวชประเภทนี้โดยปกติไม่อาบน้ำ เอาขี้เถ้ากระดูกของคนทาตัว ไว้ผมยาว แปลก แยกจากโลก ในมือถืออาวุธ เช่น หอก ดาบ ขวาน ตรีศูล เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีลักษณะภายนอกที่ค่อนข้างดุร้าย มีนักบวชประเภทหญิงเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งเรียกว่า ‘ชาตวิน’ โดยนักบวชหญิงต้องห่อหุ้มผ้าห่มที่มีสีเหลืองส้ม และไม่ได้รับอนุญาตให้เปลือยกาย แม้ในยามอาบน้ำ

กลุ่มนักบวชประเภทนี้มีหลักฐานในเชิงประจักษ์ว่า ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปีพุทธศตวรรษที่ 20 เพื่อปกป้องพิทักษ์ศาสนาฮินดู จากการรุกรานของจักรวรรดิโมกุล ที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยนาคะบาบา ทำหน้าที่เป็นนักรบเพื่อศาสนา โดยการต่อกรกับผู้ที่จะเข้ามาทำลายเทวสถาน ทำร้ายคนฮินดู ในสมัยนั้น นาคะบาบาต้องฝึกฝนการต่อสู้ เพื่ออุทิศตนภายใต้ร่มธงสีส้ม ปกป้องวัฒนธรรมศาสนาฮินดู

ซึ่งเรื่องราวการต่อสู้ของกลุ่มนาคะบาบา ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อินเดียตอนหนึ่งว่า เมื่อปี พ.ศ. 2300 ในสงครามเขตโมกุล ในเมืองมถุรา กองทัพของนาคะบาบา จำนวน 4,000 คน เอาชนะกองทัพแข็งแกร่งกว่า 30,000 คนจากอัฟกานิสถาน

ส่วนตำนานของนาคะบาบานั้นกล่าวว่า นาคะบาบาเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 2600 ปีก่อน บางตำรายังอ้างถึง พระพุทธเจ้า และ นิครนถ์นาฏบุตร ศาสดาของศาสนาเชน ว่ามีความประทับใจที่เห็นวิถีการปฏิบัติของเหล่านาคะบาบาอีกด้วย!

หรือ อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า นาคะบาบา เกิดในยุคศังกราจารย์ คุรุคนสำคัญของศาสนาพราหมณ์ ที่เข้ามาบวชศึกษาหลักการในพระพุทธศาสนา และสามารถโต้วาทะชนะพระสงฆ์ในสมัยนั้นได้หลายคน จนเป็นการกดข่มพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปให้ตกต่ำลง ทำให้ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ผงาดขึ้นอีกครั้งในแผ่นดินชมพูทวีป เมื่อราวปีพุทธศักราช 1300

ศังกราจารย์ ได้ให้กำเนิดนักบวชฮินดู และแบ่งนักบวชฮินดูออกเป็น 10 สาย ซึ่งนาคะบาบาเป็นหนึ่งในนั้น โดยเน้นให้เป็นสายต่อสู้ ป้องกันการรุกราน การทำลายจากคนต่างศาสนา

ปัจจุบันนาคะบาบา ไม่ได้เน้นการฝึกฝนต่อสู้อย่างหนักเหมือนในสมัยก่อนแล้ว จะเน้นการฝึกฝนจิตใจเป็นหลัก แต่ก็ยังไม่ละเลยการฝึกร่างกาย ผ่านการเต้นรำ การบูชา การฝึกมวยปล้ำ หรือบางพวกก็ฝึกศิลปะการป้องกันตัวเฉพาะของอินเดีย เพราะนาคะบาบาเชื่อว่าการฝึกกาย เชื่อมโยงกับการฝึกฝนจิตใจ มีแต่ต้องทำให้ร่างกายสามารถอดทนต่อทัณฑ์ทรมานได้เท่านั้น จึงสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์และมุ่งสู่การหลุดพ้นทางจิตวิญญาณได้

โดยการฝึกเป็นนาคะบาบาของแต่ละคนนั้น ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี ถึงจะสามารถเป็นนาคะบาบาที่สมบูรณ์ได้จริง

หลักธรรมพื้นฐานของนาคะบาบามีอยู่ 5 ประการ คือ

1. อหิงสา คือ การไม่เบียดเบียน (ไม่ทำใครก่อน)

2. สัตยา คือ มีความซื่อสัตย์ ไม่คดโกง ไม่โกหก

3. อัสเตยะ คือ การไม่ขโมยของ

4. อปริกราหะ คือ การไม่โลภ

5. พรัมมาคารยะ คือ การประพฤติพรหมจรรย์

ซึ่งงานพิธีสำคัญที่นาคะบาบาจะมาปรากฏตัว คือ พิธีกุมภเมลา การอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำคงคา ที่มักมีประชาชนชาวฮินดูจากทั่วโลกไปร่วมกันเปลือยกายอาบน้ำกว่า 50 ล้านคน และบางปีก็มีบันทึกสถิติไว้มากถึง 120 ล้านคน

นอกจากพิธีกรรมนี้ จะพบเห็นเหล่านาคะบาบาได้ยาก นอกจากจะไปตามเทือกเขาหิมาลัย หรือ ตามท่าน้ำคงคาในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เช่น เมืองพาราณสี เมืองอโยธยา เมืองหริดวาร์ เมืองอุเชนี เหล่านี้เป็นต้น

นาคะบาบานั้น เมื่อฝึกจนถึงที่สุด จะมีการทรมานร่างกายให้เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส มีการเฆี่ยนตีอวัยวะเพศจนหมดความรู้ เพื่อเป็นการดับความใคร่ทั้งปวง และเมื่อทำสำเร็จ นาคะบาบา จะกลายเป็น มหาบุรุษ เมื่อได้เป็นมหาบุรุษแล้ว จะอยู่ในสภาวะที่เหนือโลก มีจิตหยั่งรู้ อยู่เหนือความกังวล และเหนือความทุกข์ ทั้งปวง ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู

จากเรื่องราวของนาคะบาบาจะเห็นได้ว่า มนุษย์มีความเพียรพยายามอย่างยิ่ง ในการแสวงหาความหลุดพ้นจากความทุกข์ เข้าถึงความสุขที่แท้จริง! บางลัทธิความเชื่อ บางศาสนาก็มีความหย่อนยานหรือสุดโต่งแตกต่างกันไป แต่สำหรับพวกเราชาวพุทธ วิธีที่ดีที่สุด คือ ศีล สมาธิ ปัญญา การเดินไปบนเส้นทางแห่งอริยมรรคมีองค์ 8 เพราะนั่นย่อมเป็นทางไปเพื่อประโยชน์สุข เพื่อความสุข และเพื่อการพ้นทุกข์ที่สัมผัสได้ด้วยตนเองอย่างแท้จริง!

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน