สนพ.ชี้ปีนี้อาจพุ่งถึง3.9หมื่นเมกะวัตต์-งัด4ป.ปฏิบัติ

ไทยร้อนจัด! หนุนยอดใช้ไฟพีก 32,963 เมกะวัตต์ สูงสุดรอบที่ 3 ของปีนี้ มีลุ้นพีกอีกตามมา ปัดฝุ่นมาตรการ 4 ป. ‘ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน’ ประหยัดพลังงาน

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ปีนี้สถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อนของไทยร้อนแรงมาก ล่าสุดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รายงานสถิติปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ในระบบของ 3 การไฟฟ้าคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (พีอีเอ) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ปีนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2566 เวลา 20.52 น. ที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 32,963 เมกะวัตต์ เนื่องจากอุณหภูมิ ในประเทศไทยร้อนจัดที่ 31.2 องศาเซลเซียส ส่งผลให้แต่ละบ้าน เปิดเครื่องปรับอากาศและพัดลมคลายร้อนพร้อมกัน จนทำให้เกิดไฟพีก

“ยอดใช้ไฟฟ้าพีกนับเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2566 เวลา 15.43 น. เกิดพีก 31,054.6 เมกะวัตต์ และครั้งที่ 2 วันที่ 4 เม.ย.2566 เวลา 15.28 น. เกิดพีก 31,495.5 เมกะวัตต์ แต่ทั้ง 3 ครั้งยังไม่ทำลายสถิติพีกในระบบของประเทศที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2565 เวลา 22.36 น. ที่เกิดพีก 33,177.3 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าจะเกิดพีกครั้งที่ 4 หรือที่ 5 อีกหรือไม่”

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ประเมินพีกไฟฟ้าปีนี้จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไม่ต่ำกว่า 34,000 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งหากรวมกับไฟฟ้าของเอกชนที่ผลิตเพื่อใช้เอง (ไอพีเอส) อีก 5,000 เมกะวัตต์แล้ว ความต้องการไฟฟ้าของประเทศอาจสูงถึง 39,000 เมกะวัตต์

ดังนั้น แนะนำให้ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน 4 ป. ปฏิบัติการ ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน ในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อความประหยัดของครัวเรือนคือ ปิด-การปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ปรับ-ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม 26 องศาเซลเซียส เพิ่มขึ้น 1 องศา ประหยัดไฟมากขึ้น 10% และปรับคูลโหมด เป็นแฟนโหมด

นอกจากนี้ ปลด-ปลดปลั๊กไฟเมื่อเลิกใช้ และเปลี่ยน-เปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานเบอร์ 5 รวมถึงเปลี่ยนเวลาที่ใช้ไฟฟ้าคือ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นใน 2 ช่วงเวลาคือ เวลา 13.00-15.00 น. และ 19.00-21.00 น. เพื่อลดปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ และหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถ้าชำรุดต้องซ่อมแซมทันที ป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร รวมทั้งติดตั้งสายดิน เครื่องตัดไฟรั่ว เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม สนพ.คาดการณ์แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2566 จะเพิ่มขึ้น 2.8% อยู่ที่ระดับ 2,047 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น 4.6% การใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1.8% การใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้าเพิ่มขึ้น 4.4%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน