พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ไปต่อ 2 ปี-ครอบครัวว่ายังไง?
สัมภาษณ์พิเศษ
หมายเหตุ…พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทย สร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อ ในเครือมติชน ถึงการเดินหน้าต่อทางการเมือง
..การทำงานในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
ตนเป็นทหารมาตลอดชีวิต สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความสำคัญกับความมั่นคง แต่ก่อนเป็นเรื่องความมั่นคงทางด้านทหาร เรื่องของเขตแดนและชายแดน รวมทั้งกรณีที่เกี่ยวข้องกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค มีข้อมูลจำนวนมากที่นำมาใช้ในการบริหารในฐานะ นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง
วันนี้หลายอย่างเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยนแปลงไป มีความวุ่นวาย สับสนอลหม่าน แบ่งแยกเป็นขั้ว ทุกอย่างพร้อม จะมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา ตนจึงจำเป็นต้องเอาเรื่องความมั่นคงมาเป็นหลักในการทำงาน ควบคู่ไปกับงานด้านเศรษฐกิจ และสังคม
..การปรับตัวจากการเป็นข้าราชการประจำดูแลงานด้านความมั่นคง มาเป็นนักการเมืองต้องปรับตัวอย่างไร
ก็ต้องปรับตัวมากยิ่งขึ้น ทหารมีความเป็นระเบียบวินัย มีกำลังพลหลายแสนคน ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดคิดว่าทำได้ดีตลอดมาในการทำให้กำลังพลมีความเข้มแข็งทางร่างกายและจิตใจ ขอย้ำว่าศักยภาพของประเทศไทยต้องพร้อมทุกอย่าง ทั้งประเด็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ รวมทั้งสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น
การปรับตัวให้เป็นพลเรือนนั้น ไม่ต้องปรับตัวมากนัก เพราะมีความจริงใจ มีความซื่อตรง และความซื่อสัตย์นั้นตนมี ร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ต้องปรับตัวก็คือการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งไม่ง่ายนัก เพราะมีถึง 21 กระทรวง มีรัฐมนตรี 36 คนมาจากหลายพรรค จะเดินหน้าประเทศในทุกมิติ ก็ต้องหาวิธีการพูดคุยกับทุกคน ใช้วิธีบริหารราชการโดยการพูดคุยกัน แต่ยืนยัน ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น

..การทำงานกับรัฐบาลผสมและพรรคการเมือง หนักใจหรือมีบทเรียนอะไรบ้าง
อะไรที่มากกว่าคนคนเดียวทำมีปัญหาทั้งสิ้น มีคนที่ 2-3 ก็มีปัญหาทั้งนั้น เพราะทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ก็ต้องพูดคุยกันว่าอย่างไรทำได้หรือไม่ได้ ทุกคนก็รับไปพิจารณาปรับแก้ให้ถูกต้อง แม้แต่การจัดทำงบประมาณต้องดูอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะ งบใช้จ่ายในการลงทุน 20% ของงบประมาณ ถ้าทำให้ตกเมื่อไหร่ประเทศชาติก็ตกทันที อยู่มา4ปีก็ทำให้ทุกอย่างอยู่ในวงเงิน 20% รวมทั้งการหาวิธีการใหม่ร่วมทุนกับภาคเอกชน หรือ พีพีพี ยืนยันเราไม่ยอมเสียเปรียบให้ใครอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมาพูดคุยกัน
สิ่งที่หวังคือความตั้งใจและปรารถนาดีอยากให้มีการเสนอข่าวที่ถูกต้อง แต่บางครั้งความขัดแย้งค่อนข้างสูงทุกคนจึงสนใจ ไปที่เรื่องของความขัดแย้ง ไม่สนใจงานโครงสร้างที่รัฐบาลได้ทำทั้งหมด
วันนี้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ต้องเข้าใจ ความแตกต่าง ถ้าเป็นเรื่องของรัฐสวัสดิการคือรัฐดูแลทั้งหมด ซึ่งใช้กับบางประเทศที่มีรายได้เพียงพอ ทุกอย่างฟรีทั้งหมดเพราะเขามีเงิน แต่เราไม่ได้มีแบบเขา ก็ต้องใช้วิธีการที่เหมาะสม มาตรการต่างๆที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพวันนี้ถือว่าทำได้ดีแล้ว
รัฐบาลสร้างโอกาสให้ทุกคน เพื่อใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมเป็นงานโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งรัฐบาลทำไปมากแล้ว เรื่องของดิจิทัล บล็อกเชน เรื่องเงินดิจิทัล เพื่อทำความเข้าใจเป็นพื้นฐานให้รู้ไว้ ส่วนรายละเอียดต้องปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจร่วมกันพิจารณาว่าจะทำได้จริงและได้ประโยชน์กับประชาชนหรือไม่
การทำงานตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาก็เพื่อเตรียมความพร้อม รวมทั้งระบบโครงสร้างต่างๆ ทยอยใช้มาแล้วโดยเฉพาะเรื่องของกายภาพ ส่วนเรื่องเงินดิจิทัลก็ค่อยปรับ วันนี้ก็เริ่มใช้ E wallet ถุงเงิน เป๋าตังจ่ายเงินทางดิจิทัล ถือเป็นระบบที่ปลอดภัย คนไทยใช้กันทั่วประเทศ ไม่อยากคุยว่าเก่งกว่าหรือทำดีกว่า เพียงแต่วันนี้เราพร้อมที่จะทำให้มากขึ้นและดีขึ้น
..กับครอบครัวได้พูดคุยถึงการตัดสินใจทำงานทางการเมืองต่ออย่างไร
ผมถือเป็นคนโชคดีโดยเฉพาะเรื่องลูก เขาไม่ต้องการมาเป็นภาระของพ่อ ลูกผมก็อยากไปไหนมาไหนด้วยแต่เขาอยากไปในฐานะที่ไม่ใช่นายกฯ 8 ปีแล้วที่ลูกถามว่าเมื่อไหร่จะพาเขาไปเที่ยว
แต่ทุกวันก็ได้ใช้ชีวิตครอบครัว รับประทานข้าวร่วมกัน ทุกวันที่บ้าน เพราะถ้าไปนอกบ้านก็จะวุ่นวาย ทั้งชุดรักษาความปลอดภัย ชุดล่วงหน้า ตำรวจเต็มไปหมด ชีวิตไม่เป็นส่วนตัว แล้วเกิดมีคนมาทำอะไรชุดรักษาความปลอดภัยก็ไม่ยอม แล้ว จะไปทำให้มันวุ่นวายทำไม
ตั้งแต่ก่อนเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ก็ไม่ได้เดินทางไปในที่สาธารณะเท่าไหร่ แต่สมัยก่อนก็เดินห้างสรรพสินค้า สวนจตุจักรเป็นตลาดนัดของผม ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ชอบไปพูดคุย ไปเดินไปชม คิดว่าวันนี้แฟนคลับของผมก็ยังอยู่ คงมีคำถามว่าผมหายไปไหนหลายปีมาแล้ว
ไม่ใช่เป็นนายกฯ แล้วจะถือตัว ไม่ได้มีร้านประจำที่สวนจตุจักร ส่วนใหญ่เดินไปดูสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ เพราะต้องระมัดระวังการใช้เงิน วันนี้ก็ยังอยากไปหลายที่ที่เคยไป ไม่ใช่สถานที่อบายมุข อยากไปเดินห้าง ไปเดินสวนสาธารณะ หรือกินกาแฟ สมัยก่อนก็ไปมาเกือบทั้งหมด แต่วันนี้ถ้าไปแล้วเป็นภาระก็เลยไม่ได้ไป
..ถ้าต้องไปต่ออีก 2 ปีได้พูดคุยกับทางครอบครัวแล้วหรือไม่
พูดคุยกันแล้ว ครั้งแรกก็คิดว่าอยู่มา 8 ปีแล้วจะทำอย่างไรกันต่อ คำตอบคือการพักผ่อนอายุเยอะแล้วเกือบ 70 ปี แต่ก็คุยกับลูกๆ ว่าแล้วสิ่งที่พ่อยังทำไม่เสร็จใครจะทำต่อ แต่ได้ทำต่อ ครบวาระพ่อต้องหาคนทำให้ได้ก็แล้วกัน ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวก็มีคนทำอยู่ดี เป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งเขาเข้าใจ เขาอดทน
สมัยหนุ่มจบจากโรงเรียนนายร้อยอยู่ต่างจังหวัดมาโดยตลอด อยู่ชายแดนจ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่สมัยยังมีคอมมิวนิสต์ มีการรบกันตามแนวชายแดนเพิ่งกลับเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2548 มาเป็นรองแม่ทัพและเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เพิ่งจะมีชีวิตเข้ามาใช้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ก็ยังต้องเดินทางไปทุกจังหวัดที่ต้องดูแล ทุกกองกำลัง
ตอนลูกผมเกิด ตั้งแต่สมัยปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน ช่วงนั้นกลับบ้านเพียงเดือนละครั้ง ไม่กี่วัน 3-5 วัน โชคดีที่ลูกทั้งสองคนเรียนหนังสือดี เป็นฝาแฝด เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจของผม แต่ผมไม่ได้มางานรับปริญญาลูกเพราะอยู่ในพื้นที่ มาไม่ได้เนื่องจากกำลังมีปัญหาอยู่ในพื้นที่ ลูกๆ เขาก็ต้องอยู่กับแม่ วันสำคัญต่างๆส่วนใหญ่ผมไม่ได้กลับบ้านเพราะติดภารกิจ ถือว่าโชคดีเนื่องจากภรรยาผมเข้าใจ
เจ็บท้องเข้าโรงพยาบาลเขาอยู่ของเขาคนเดียว มีพี่สาวคอย ดูแลช่วงที่คลอด ผมอยู่ได้เพียงวันเดียวและต้องกลับพื้นที่ จากนั้นก็ไปๆ กลับๆ วันรับปริญญาลูกก็ไม่ได้กลับมา แค่ได้ถ่ายรูป กับลูกที่บ้าน ผมก็คิดว่าผมทำถูกหรือไม่ แต่ครอบครัวผมเข้าใจ ไม่เช่นนั้นคงโกรธกันตาย ภรรยาผมไม่เคยงอนอะไรเลย เขาเป็นผู้ใหญ่พอ
ส่วนตัวเป็นคนชอบดนตรีแต่เล่นดนตรีไม่เป็น มีเพียงสมัยเด็กที่เล่นดนตรีไทยบ้างเล็กน้อยอย่าง เช่น อังกะลุง แต่คนที่ชอบดนตรีและเล่นดนตรีฝีมือใช้ได้คือลูกผม ไม่ทราบว่ามาจากใครเหมือนกัน ลูกผมเคยทำวงดนตรีตั้งแต่เด็กวันนี้ก็มีการซ้อมอยู่ที่บ้าน ก็นั่งฟังเขาเล่นทั้งกลอง กีตาร์ เปียโน สำหรับผมชอบร้องเพลง แต่ร้อง ไม่ค่อยเพราะ เพราะไม่ได้เกิดมาเป็นนักร้อง แต่ชอบฟังเพลง
ข้อเสีย คือผมจำชื่อเพลงไม่ได้แต่จำเนื้อได้เวลาขอเพลงก็ร้องเนื้อให้ฟัง ล่าสุดเพลงหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ช่วยเขียนบ้างนิดหน่อยว่าทำอย่างไรให้เนื้อเพลงลุงตู่อยู่ไหน สามารถเชื่อมกับเบอร์ 22 ได้ วันนี้ถือว่าในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็โอเคประชาชนให้กำลังใจ เพลงที่ออกมาก็ปลุกใจให้คน ในพรรคมีกำลังใจ เชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะกระหึ่มทั้งกรุงเทพฯ หลังสงกรานต์ไปแล้วเสียงเพลงคงจะดังว่อนไปหมด
แต่ทั้งหมดอยากให้ดูที่ความตั้งใจความจริงใจความซื่อสัตย์สุจริตความเป็นผู้รอบรู้สถานการณ์ในประเทศ ใครก็ตามที่จะมาเป็น ผู้นำประเทศ เป็นรัฐมนตรีหรือนักการเมืองต้องรับรู้และระมัดระวัง ไม่ใช่มีอำนาจแล้วจะทำได้ทุกอย่าง ผมเองไม่ต้องการให้ทั้งตัวผมและผู้ใต้บังคับบัญชาติดคุกตามไปด้วย จึงบอกมาตลอดว่าวันนี้ ต้องทำให้ดี
ไปถามทุกคนได้ว่าตนเป็นคนอย่างไร พร้อมรับฟังทุกคน และไม่ใช่คนบ้าๆ บอๆ ไม่ใช่คนที่ใช้อำนาจทุบโต๊ะ คนที่เป็น นายกฯ ต้องรู้เท่าที่ควรรู้ไม่ใช่จะเป็นคนวิเศษวิโสหรือเก่ง มาจากไหน ถ้าผมเป็นอย่างนั้นคงอยู่มาไม่ถึง 8 ปี
..รอบหน้าทีมเวิร์กของพรรคร่วมรัฐบาลจะไปร่วมกันเหมือนเดิมหรือไม่
ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลการเลือกตั้งออกมาก็ต้องมาดูคะแนนเสียงว่าใครได้มากใครได้น้อย ถ้าผมได้มากทีมงานที่เข้าขากันมา ทำสำเร็จที่ผ่านมาก็มีอยู่ และพร้อมเต็มที่ที่จะทำต่อให้เสร็จ แต่ถ้าได้น้อย ให้คนที่ได้มากกว่าไป ส่วนจะได้เท่าไหร่คงตอบยาก
..หลังเลือกตั้งไฮไลต์ที่จะทำต่อคืออะไร
ที่บอกว่า ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ก็ต้องทำ เนื่องจากยังไม่เสร็จ หรือยังเสร็จไม่หมด ส่วนจะเสร็จเมื่อไหร่ ก็คงต้องตอบว่าจนหมดทุกรัฐบาลถึงจะเสร็จ เพราะปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ สิ่งสำคัญวันนี้คือการแก้ปัญหาความยากจน หนี้ครัวเรือน การรักษาวินัยทางการเงินการคลังของเรา ให้มีความปลอดภัยการแก้ไขปัญหาเรื่องของเงินเฟ้อ การจัดหารายได้ให้กับประชาชน
วันนี้การทำงานต่อตามนโยบายของรัฐบาลถ้าเปรียบกับกีฬากอล์ฟ วันนี้ทุกอย่าง หลายเรื่อง อยู่บนขอบกรีน และบางอย่างก็อยู่บนกรีนแล้วก็พยายามผลักดันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทีออฟ ไม่ใช่บางอย่างอยู่บนกรีนแล้วเตะลูกออกจากกรีนผมแล้ว ต้องไปเริ่มตีใหม่ แล้วจะเข้าป่าหรือเปล่ายังไม่รู้
ส่วนใหญ่เรื่องอยู่บนขอบกรีนและบนกรีนจะใช้เวลาอีก 2 ปี พัตต์ลงหลุม ก็ขึ้นอยู่ที่ว่ากรีนนั้นเรียบสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นกรีน ที่มีความวุ่นวายหรือมีหลุมบ่อเยอะ ก็ต้องพัตต์กันหลายพัตต์ ซึ่งก็ต้องควบคู่ไปกับความมั่นคงและความมีเสถียรภาพ เมื่อก่อนนี้มีแต่ ความวูบวาบและกรีนพัตต์ยากไม่ยั่งยืน ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำในอีก 2 ปีข้างหน้าคือ ทำต่อให้เสร็จ เหมือนการพัตต์กอล์ฟให้ลูกกอล์ฟบนกรีนหรือขอบกรีนลงหลุมมากที่สุด
สิ่งสำคัญวันนี้คือทั้งหมดมันเกิดขึ้นในสมัยของเราและผม เป็นคนเปิดเกมและเจรจากับผู้นำประเทศต่างๆ นายกฯ มีหน้าที่ตรงนี้สร้างความเชื่อมั่นและรับฟังความคิดเห็นจากประเทศต่างๆเข้ามา วันนี้เราเดินหน้ามาไกลแล้ว ขออย่ากลับไปที่เดิมก็แล้วกัน คิดว่าอีก 2 ปีหลายอย่างก็จะประสบผลสำเร็จมากขึ้น แต่จะไม่ใช่หยุดแค่นั้นก็ต้องส่งต่อให้กับรัฐบาลต่อไป
ทั้งหมดคือยุทธศาสตร์ชาติ และวิสัยทัศน์ที่เราคาดหวังในอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเราต้องการให้ประเทศของเรามีความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน ปลอดภัยเข้มแข็ง ทุกคนมีรายได้ ที่เพียงพอ นี่คือวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศจะต้องมีตรงนี้
..การเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นจะขายของอย่างไรให้คนเลือกคนชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี
ผมไม่มีของให้ขาย แต่ขายด้วยความจริง ขายแต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จริงและเกิดขึ้นแล้ว ที่ทำมาแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นมาอีก ถ้า ใช้คำว่าขายของก็ขายกันอยู่ทุกวัน แล้วถามว่าขายได้หรือไม่ ถ้า ขายไม่ได้ก็ล้มละลาย ขายของแบบนี้คนก็ชอบทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทรัพยากรมีเพียงพอหรือไม่ และคนที่จะได้รับจะมีการพัฒนาได้หรือไม่ เขามีความคุ้นเคยกับการใช้เงินขนาดนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
เพราะนี่คือทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องเจริญเติบโตในสิ่งที่ควร จะเป็นและต้องพัฒนาต่อไป ต้องมีความอดทนเพื่อที่จะเดินหน้าตัวเองให้ได้ก่อน แล้วรัฐถึงจะเข้าไปช่วย