เมื่อวันที่ 16 เม.ย. รอยเตอร์รายงานความคืบหน้าการสู้รบระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังสนับสนุนเร็ว หรืออาร์เอสเอฟ ที่ประเทศซูดาน ชาติทางภาคเหนือของทวีปแอฟริกา ว่า สหประชาชาติ หรือยูเอ็น และนานาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบหลังความขัดแย้งระหว่างกองทัพซูดานและอาร์เอสเอฟอาจบานปลายกลายเป็นสงครามรุนแรงทั่วประเทศ ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า และความรุนแรงจากการสู้รบชนเผ่า ล่าสุด พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 56 ราย บาดเจ็บกว่า 600 คน โดยการสู้รบรุนแรงที่สุดที่กรุงคาร์ทูม
การสู้รบเกิดขึ้นหลังการเจรจาควบรวมอาร์เอสเอฟเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพซูดานตามแผนแม่บทการนำประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยไม่บรรลุผล หลังกองทัพก่อรัฐประหารเมื่อปี 2562 กรณีเกิดการประท้วงขับไล่รัฐบาลของชาวซูดานนานหลายเดือน ส่งผลให้อดีตประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ ที่ดำรงตำแหน่งมานานเกือบ 30 ปี หมดอำนาจลง
อาร์เอสเอฟซึ่งอ้างว่าถูกกองทัพซูดานเปิดฉากโจมตีก่อน ระบุว่า สามารถยึดท่าอากาศยานกรุงคาร์ทูม และสนามบินเมโรวีทางเหนือ รวมถึงสนามบินเอล-โอบีอีด ทางภาคตะวันตกของประเทศ ตลอดจนทำเนียบประธานาธิบดีได้แล้ว แต่กองทัพซูดานปฏิเสธว่าไม่จริง
การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายดำเนินไปอย่างดุเดือดในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะที่กรุงคาร์ทูม มีเครื่องบินรบอยู่เหนือท้องฟ้าและโจมตีเป้าหมายบนพื้นดิน คาดว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ของกองทัพซูดาน ขณะที่ตามท้องถนนนั้นกองทัพซูดานส่งกำลังเข้าเต็มพื้นที่พร้อมอาวุธหนักและรถหุ้มเกราะ โดยเกิดการยิงปะทะกันตามสถานที่สำคัญ รวมถึงกองบัญชาการกองทัพซูดานและของอาร์เอสเอฟ รวมถึงสถานีโทรทัศน์ของรัฐด้วย
ทั้งนี้ อาร์เอสเอฟเป็นกองกำลังกึ่งทหารมีกำลังประมาณ 1 แสนนาย มีพลเอกโมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล เป็นผู้นำ มีตำแหน่งเป็นถึงรองประมุขแห่งสภาปกครองซูดาน