กทม. – นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการจัดระเบียบทางเท้าและปัญหารถเร่จอดขายของริมถนนว่า การประกอบกิจการการค้าบนผิวจราจรไม่ได้มีกฎหมายกำหนดไว้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการอนุญาตให้ทำการค้าบนผิวจราจรได้ หรือหากจะประกอบกิจการ การค้าในที่สาธารณะก็ต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งหากพบรถจอดขายของริมทางเจ้าหน้าที่เทศกิจหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับปรับได้ทันที ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งกรณีนี้จะปรับในอัตราสูงที่ 1,000-3,000 บาท หรือหากพบกระทำผิดซ้ำ เตือนไม่เชื่ออาจปรับสูงถึง 5,000 บาท

จากที่พบรายงานบางส่วนจะเป็นรถที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นเข้ามาจอดขายของ ต้องบอกว่าทำไม่ได้ จะมองว่าถนนกว้าง 6 ช่องจราจร แต่การมีรถจอดขายของข้างทาง ก็จะมีคนจอดซื้อบางทีจอดซ้อนคันกัน เหลือช่องจราจรแค่ 1 ช่อง ถนนจะกว้างเท่าไรก็เป็นสาเหตุทำให้รถติดได้ บางกรณีขับขึ้นไปจอดขายบนทางเท้าด้วยซึ่งอาจทำทางเท้าชำรุดเสียหาย ตนจึงได้ย้ำและกำชับเทศกิจไปแล้วให้กวดขันในเรื่องนี้ ทุกเขตต้องไม่มี

นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผอ.สำนักเทศกิจ กล่าวว่า สำนักเทศกิจ (สนท.) ได้ประสานสำนักงานเขต เพิ่มความเข้มงวดกวดขันทั้งกรณีผู้ขับขี่ หรือจอดรถบนทางเท้า รวมถึงกรณีรถเร่จอดขายของริมทางเท้าบนถนนสายต่างๆ ในส่วนของปัญหารถเร่จอดขายของนั้น ก่อนหน้านี้มีปัญหารถเร่จอดขายของจำนวนมาก เช่น ที่ถนนพรานนก พุทธมณฑลสาย 4 เขตตลิ่งชัน สนท. ร่วมกับสำนักงานเขต และสถานีตำรวจพื้นที่ ปัจจุบันเรียบร้อยดีแล้ว

ทั้งนี้ สนท.ได้ดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายความ ร่วมมือ เพื่อการจัดระเบียบเมือง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง กทม.กับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน รณรงค์ไม่จอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์บนทางเท้าและยังเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิดผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ www.bangkok.go.th/reward เพจเฟซบุ๊กสำนักเทศกิจ หรือแจ้งโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม.ทุกสำนักงานเขต หากข้อมูลที่แจ้งนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับส่วนแบ่งค่าปรับครึ่งหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน