เนื่องในโอกาสครบปีที่ 31 แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ได้จัดเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “Walailak Research Convention 2023” (WRC 2023) ครั้งที่ 2 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในยุค ดิสรัปชั่น Higher Education in the Dis ruptive Era” เมื่อวันที่ 28-29 มี.ค.ที่ผ่านมา

“ปีนี้ถือเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของชาว มวล. ขณะนี้จำนวนบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Scopus ระดับ Q1,Q2 มากถึง 90.7% เป็นอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งการประชุมนานาชาติ WRC 2023 จะทำให้ มวล.เป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงยังส่งเสริมความร่วมมือทางการวิจัยกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้อย่างกว้างขวางในระดับสากลต่อไป” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ กล่าว

การประชุมครั้งนี้ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนผลงานวิชาการและแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ระหว่างนักวิชาการ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนางานวิจัยที่เข้มแข็ง ตอบสนองความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง โดยมีนักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษาจาก 19 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม กัมพูชา ติมอร์เลสเต เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน บังกลาเทศ อินเดีย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร เยอรมนี รัสเซียและไทยเข้าร่วมในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์

มีวิทยากรจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ มหาวิทยาลัยเจมส์ คุก และมหาวิทยาลัยเมอร์ด็อก ประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกงโปลีเทคนิค ยูนิเวอร์ซิตี้ และเนชั่นแนล เซ็นทรัล ยูนิเวอร์ซิตี้ จากไต้หวัน

นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล จภ.ทองคำให้แก่นักวิจัย มวล.ที่สร้างคุณูปการให้แก่สังคมและประเทศ การประชุม สัมมนาวิชาการของศูนย์ความเป็นเลิศ ศูนย์วิจัยต่างๆ ที่น่าสนใจของ มวล.อีกกว่า 10 ศูนย์อีกด้วย

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผอ.สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าว กล่าวว่า สอวช.มีนโยบายการขับเคลื่อนงานวิจัยทั้งงานวิจัยเชิงนวัตกรรม ซึ่งต้องการต่อยอดสนับสนุนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงและมีมูลค่าที่สูงขึ้น รวมถึงงานวิจัยระดับแนวหน้า (Frontier research) ที่ใช้วิทยาการขั้นที่สูงและสามารถนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ของประเทศได้ในอนาคต เช่น ควอนตัม จีโนม จีโนมิกส์ ทางด้านการแพทย์

ส่วนงานวิจัยพื้นฐาน สอวช.ก็ให้ความสำคัญเช่นกัน ซึ่ง ทางมหาวิทยาลัยจะได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย ในรูปแบบของศูนย์ความเป็นเลิศ ซึ่งมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะมีความโดดเด่นที่ แตกต่างกัน

“มวล.เป็นอีกมหาวิทยาลัยที่มีผลงานวิจัยทั้งนวัตกรรมและ งานวิจัยระดับแนวหน้า ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้อยากเห็นงานวิจัย เกี่ยวกับน้ำมันปาล์ม และทางศูนย์ความเป็นเลิศฯ มวล.มีงานวิจัยทั้ง การใช้ต้นปาล์มน้ำมัน การสกัดน้ำมันปาล์ม การทำโรงงาน ปาล์มขนาดเล็กที่ชาวบ้านสามารถผลิตน้ำมันปาล์มออกมาเป็น National Palm Oil ช่วยเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันให้กับชาวบ้านได้” ดร.กิติพงค์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน