หญิงหน่อยลั่นเป็นรัฐบาลบินถกผู้นำจีน-อินเดียทันที
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และแคนดิเดตนายกฯ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รองหัวหน้าพรรค นายนพดล มังกรชัย รองหัวหน้าพรรค พร้อมคณะ ประชุมหารือแนวนโยบายพรรคกับสภาหอการค้าไทย นำโดย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมด้วย นายไพรัช บูรพชัยศรี นายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ และนายอธิป พีชานนท์ รองประธานกรรมสภาหอการค้า รวมทั้ง นายสาระ ล่ำซำ ประธานกรรมการเงินการลงทุนและการประกัน และนางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี ประธานกลุ่มท่องเที่ยวสุขภาพและกีฬา
คุณหญิงสุดารัตน์ยืนยันว่า ทสท.จะเดินหน้าจับมือเอกชน เพื่อสร้างโอกาสให้เข้าถึงแหล่งทุนและสนับสนุนด้านการตลาดให้เอสเอ็มอี ด้วยกองทุนสร้างไทยมูลค่า 300,000 ล้านบาท โดยให้เอกชนเข้ามามีส่วนสำคัญในการปล่อยสินเชื่อโครงการนี้ เพื่อให้สินเชื่อถึงเอสเอ็มอี ในเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยถูกเพื่อพลิกฟื้นชีวิต และจะขจัดอุปสรรคในการทำมาหากิน เสนอกฎหมายพักการใช้ใบอนุมัติ/อนุญาต ที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ 1,400 ฉบับ ชั่วคราว เพื่อทำธุรกิจได้สะดวกรวดเร็ว ลดต้นทุน ลดการรีดไถ แล้วเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค มาร่วมแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้เหลือเฉพาะที่จำเป็น
ขณะเดียวกัน แก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้ใหม่ ไม่ใช่กู้มาโกง รัฐบาล ทสท.จะเร่งสนับสนุนการสร้างรายได้จากฐานความเข้มแข็งเดิมของไทยคือ การท่องเที่ยว, อาหารและเกษตร, บริการสุขภาพที่จะยกระดับเป็น Well-being Hub, และการขายความเป็นไทยทั้งหมดตั้งเป้าสร้างรายได้ 5 ล้านล้านบาท หรือ 35% ของจีดีพีภายใน 3 ปี
รวมถึงสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ โดยตั้งเป้าสร้างจีดีพีแบบก้าวกระโดด ด้วยเมกะโปรเจ็กต์ที่จะมารีสตาร์ตเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย 1. ใช้ตำแหน่ง Location ของประเทศ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่า เพื่อให้ไทยเป็น Global Gateway เป็นศูนย์กลางการเดินทาง การขนส่ง ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ของภูมิภาคและของโลก โดยทางบก เชื่อมเส้นทางสายไหม BRI จากเหนือลงใต้ เชื่อมตะวันออก ตะวันตก ไปถึงเวียดนาม 2. ผลักดันโครงการคลองไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็น New Economic Corridor เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดการลงทุนจาก ทั่วโลก 3.เสนอนโยบายสร้างความร่วมมือ ข้อตกลงด้านการค้าการลงทุนกับ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่คือ จีนและอินเดีย หรือที่เรียกว่า Chaina India Thailand Economic initiative” โดยใช้ไทยเป็นสะพานเชื่อม 2 ประเทศ เพื่อเพิ่มตลาดจาก 70 ล้านคนของไทย ให้เป็น 3,000 ล้านคน “ทันทีที่ได้เป็นรัฐบาลดิฉันจะบินไปพบประธานาธิบดีจีนและนายกฯอินเดีย เพื่อเชิญชวนให้ร่วมจับมือกัน เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของทั้งสามประเทศร่วมกัน”
พร้อมยืนยันว่านโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท ไม่ใช่เป็นนโยบายประชารัฐ ประชานิยม ที่มุ่งแต่การแจกเงินเพื่อหาคะแนนนิยม แต่มีหน้าที่สร้างสุขภาพ ซึ่งเป็นการคิดอย่างครบวงจร โดยจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมั่นคงยั่งยืน โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งจะทำให้จีดีพีของประเทศโต 5-7 เท่า ภายใน 5 ปี และจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลปีละเป็นแสนล้าน