ซูดานยังระอุ-ดับกระฉูด – เอเอฟพีรายงานวันที่ 20 เม.ย. ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศซูดาน หลังกองทัพซูดานกับกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) เปิดฉากปะทะช่วงชิงอำนาจปกครองประเทศตั้งแต่ วันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 300 ราย และราว 3,000 คนได้รับบาดเจ็บ ประชาชนหลายพันคนแห่อพยพหนีตายและว่าพบเห็นศพกลาดเกลื่อนตามถนนในกรุงคาร์ทูม รวมทั้งในเขตใจกลางเมืองหลวงเป็นที่ตั้งของสถานทูตหลายประเทศ
ก่อนหน้านี้กองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็วแถลงให้คำมั่นว่าตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันพุธที่ 19 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่น อาร์เอสเอฟจะหยุดโจมตีเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกับถ้อยแถลงของฝั่งกองทัพซูดาน อย่างไรก็ตาม แม้จะถึงกำหนดหยุดโจมตีแล้วแต่ยังมีเสียงปืนรัวยิงและเสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่องในกรุงคาร์ทูมตลอดช่วงกลางคืนของวันเดียวกัน ถือเป็นวันที่สองที่ความพยายามหยุดโจมตีเพื่อเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนต้องล้มเหลวอีกครั้ง
ขณะเดียวกันกองทัพซูดานระบุว่า ทหารอียิปต์ 177 นายที่กองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็วจับตัวในเมืองเมโรเว ทางตอนเหนือ ถูกผลักดันกลับอียิปต์ผ่านเครื่องบินของกองทัพอียิปต์จำนวน 4 ลำ ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงว่าจะเร่งหารือกับบรรดาผู้นำชาติสมาชิกสหภาพแอฟริกา (เอยู) สันนิบาตรัฐอาหรับ และหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างรัฐบาล (IGAD) เพื่อเร่งหาทางยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นในซูดาน
ทั้งนี้ ซูดานเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบตั้งแต่กองทัพ ก่อรัฐประหารเมื่อเดือนต.ค.2564 ส่งผลให้ซูดานอยู่ภายใต้การปกครองของสภาที่นำโดยคณะผู้บัญชาการกองทัพ แต่เพราะพลเอกอับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการกองทัพซูดานซึ่งควบตำแหน่งประธานาธิบดี กับพลเอกโมฮัมเหม็ด ฮัมดัน ดากาโล ผู้บัญชาการ กองกำลังอาร์เอสเอฟและรองประธานาธิบดี เกิดขัดแย้งและมีความเห็นต่างในนโยบายบริหารประเทศ