คนรุ่นใหม่! ทำไมศรัทธาพระสงฆ์น้อยลง?

ฝึกจิต

พระพุทธศาสนาอยู่คู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่โบราณรุ่นสร้างชาติ ดังเห็นได้จากศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 หรือจารึกพ่อขุนรามคำแห่งมหาราช พ.ศ. 1835 ได้ระบุว่า “พ่อขุนรามคำแหงทรงโปรดให้ช่างนำหินทราย แป้ง มาทำ ‘พระแท่นมนังคศิลาบาตร’ ตั้งไว้ที่กลางดงตาล ในวันธรรมสวนะ 8 ค่ำ และ 15 ค่ำ จะนิมนต์พระเถระขึ้นนั่งบนพระแท่นแล้วแสดงธรรมให้บรรดาข้าราชบริพารทั้งหลายได้สดับรับฟัง”

คนชาวสุโขทัยในสมัยนั้นมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง และดำเนินวิถีชีวิตไปครรลองของพระศาสนา ชอบให้ทาน รักษาศีล และฟังธรรม ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาประชาชนทั้งหมดจะชวนกันรักษาศีล วันธรรมดารักษาศีล 5 ในวันพระรักษาศีล 8 หรือ ศีลอุโบสถตามแต่ศรัทธา ทำให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์พูนพร้อมมาโดยตลอดระยะเวลา

ผ่านมาสู่อาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ตลอดระยะเวลา 417 ปี พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ มีหลายพระองค์ที่ทรงผนวชศึกษาปฏิบัติธรรมเป็นระยะสั้น โดยรวมแล้วทุกพระองค์ทรงอุปถัมภ์บำรุงวัดวาอารามอย่างจริงจัง ทั้งพระเจ้าแผ่นดินและประชาชน ต่างมุ่งมั่นกับการทำบุญทำกุศล วัดและพระสงฆ์เป็นที่รวมใจของชาวอยุธยา วัดเป็นสโมสร โรงพยาบาล เป็นศาล เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นโรงเรียน ที่เป็นศึกษาศิลปศาสตร์สาขาต่างๆ และเป็นแหล่งวัฒนธรรมมากมาย

จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เห็นได้ชัดเจนคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวง ร.10 ในโบราณราชประเพณีอันสมบูรณ์ที่สืบทอดมายาวนาน หลายขั้นตอนกระบวนพิธีล้วนมีพระสงฆ์เป็นสักขีพยาน ทั้งยังประกอบด้วยรายละเอียดและกลิ่นอายของศาสนาพุทธ โดยเฉพาะส่วนสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศตนเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ให้พระสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลได้ “สาธุ” กันดังสนั่นไปทั้งเมือง

แต่ในปัจจุบันคนไทยซึ่งประกาศตนเป็นชาวพุทธมากมาย กลับยังไม่เข้าใจถึงความหมายและหน้าที่ของการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา เพียงแค่เรื่องการ “ทำบุญใส่บาตร” ก็เกิดข้อถกเถียงจนเสียงแตกกันมากมาย โดยเฉพาะยุคนี้ที่ชาวพุทธรุ่นใหม่จำนวนมากยังเกิดข้อกังขาถึงความไม่น่าเคารพศรัทธาของพระสงฆ์ ยิ่งมีเรื่องดราม่าข่าวฉาวของผู้บวชมาแบบไม่มั่นคงไม่รู้จบ ก็ยิ่งทำคนพุทธรวมไปถึงคนที่ไม่ใช่พุทธ วิจารณ์กันจนสนั่นบ้านเมือง ฝ่ายเชียร์ก็ให้กำลังใจ ฝ่ายตรงกันข้ามก็ด่ากันเตลิดเปิดเปิง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้หลายคนเกิดอารมณ์ “พาล” ไม่ทำบุญกับพระหรือวัดไปเสียดื้อๆ

จากการสำรวจเหตุผลที่คนไม่อยากทำบุญกับพระสงฆ์หรือวัด มีอยู่ 4 ประการหลัก คือ

1. หมดศรัทธาในวัดและพระสงฆ์ เพราะเห็นมีแต่ข่าวฉาวในวงการผ้าเหลือง หรือ วัดพุทธพาณิชย์

2. เห็นว่าพระสงฆ์มีพร้อมแล้ว วัดรวย พระรวย จึงไม่ต้องการไปทำบุญอีก

3. เห็นว่าการทำบุญกับคนตกทุกข์ได้ยาก เด็กยากไร้ หรือหมาแมวจรจัด ได้บุญมากกว่า อีกทั้งยังเห็นผลทันตาคือ ได้รับความอิ่มใจที่เห็นผู้รับมีความสุข

4. ไม่เชื่อเรื่องการทำบุญ เพราะรู้สึกไม่มีประโยชน์และเสียดายของ

ประเด็นแรก คือ “เรื่องการหมดศรัทธากับพระสงฆ์หรือวัด” แท้จริงแล้ว มีวิธีคิดมากมายที่หลากหลายหลวงปู่หลวงพ่อออกมาบอกกล่าวพร่ำสอน ว่าควรวางอารมณ์หรือกำลังใจอย่างไรเวลาต้องทำบุญกับพระจึงจะเป็นประโยชน์อย่างสูงสุด โดยเฉพาะการมองพระสงฆ์ทุกรูปด้วยอคติ ก็อาจทำให้ชีวิตต้องพลาดกับการได้พบพระดีที่สามารถเปลี่ยนชีวิต เพราะพระดี หรือพระอรหันต์ กับพระไม่ดี มีรูปลักษณ์ภายนอกไม่แตกต่างกัน ไม่มีป้ายบอกยี่ห้อ ไม่ได้สักคุณธรรมของท่านไว้ที่หน้าผาก ถ้าท่านเดินบิณฑบาตผ่านมา ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องพลาดโอกาสได้ทำบุญฟังธรรมจากท่าน ยิ่งถ้ามีใจไปปรามาสล่วงเกินย่อมเป็นบาปกรรมขวางความเจริญของชีวิตโดยมิรู้ตัวอีกด้วย

ประเด็นที่สอง คือ “พระรวย วัดรวย จึงไม่ต้องการทำบุญด้วย” ถ้ามองแคบก็จะเห็นเพียงแค่นั้น แต่ถ้ามองเป็นจะเห็นความจริงว่า พระสงฆ์คือจิตอาสา ส่วนวัดคือศูนย์กลางความช่วยเหลือแหล่งใหญ่ที่สุดของสังคม การใส่บาตรคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้พ่อค้าแม่ขายมีรายได้ อาหารที่มีมากมายเกินจากความต้องการของพระสงฆ์ ก็กลายเป็นอาหารของเด็กวัด เด็กยากไร้ คนจรจัด หมาแมวถูกทิ้งภายในวัด ส่วนเงินจากการทำบุญให้วัดก็กลายเป็นถนนหนทาง เป็นโรงเรียน เป็นโรงพยาบาล เป็นศูนย์การช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เวลาเกิดภัยพิบัติแต่ละครั้ง วัดและพระสงฆ์คือกำลังสำคัญในการช่วยเหลือสังคมแบบครบวงจรอีกด้วย

ประเด็นที่สามคือ “ทำบุญกับคนยากไร้ หมาแมวจรจัดดีกว่าทำบุญกับพระ” ด้วยความที่ยังไม่เห็นความจริงว่า ธรรมชาติของการสนับสนุนบุคคลผู้มีคุณธรรมคือ การจรรโลงโลกให้ร่มเย็น ยิ่งทำบุญกับผู้มีศีลธรรมมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น ดังนั้นอานิสงส์จึงมีมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถ้าใครเห็นว่าทำบุญกับพระแล้วตะขิดตะขวงใจ ก็สามารถทำบุญแบบ “สังฆทาน” คือ การถวายแบบไม่เจาะจงเข้าสู่ส่วนกลางของสงฆ์ อันมีอานิสงส์มหาศาล เพราะทุกรูปย่อมมีส่วนร่วมเสมอกัน จึงกลายเป็นทานสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เพื่อให้คุณของพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม และคุณพระสงฆ์ คงอยู่คู่โลกต่อไปอย่างยาวนานที่สุด

ประเด็นสุดท้าย “ไม่เชื่อเรื่องบุญ ทำให้รู้สึกเสียดายของเมื่อต้อง ให้ทาน” ข้อนี้เป็นเรื่องของทิฏฐิ คือ ความเห็นที่ถูกโลกหล่อหลอม ให้คล้อยตามจนทำให้คิดว่าบุญบาปไม่มีอยู่จริง หรืออาจเกิดจากการต่อต้านเมื่อเห็นคนที่รักชอบทำบุญ ชอบไปวัด จนเกิดอคติ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ความจริงที่พึงตระหนักคือทุกสังคมล้วนอยู่ได้ด้วยการแบ่งปัน และพื้นฐานคุณธรรมความเป็นมนุษย์คือ น้ำใจและความเอื้ออาทรที่บุคคลควรมีให้แก่กัน

การทำบุญกับพระสงฆ์หรือวัด เป็นหนึ่งในการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาของชาวพุทธ เพราะถ้าชาวพุทธไม่ใส่บาตรทำบุญ ลำพังพระธรรมในอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวก็ย่อมไม่สามารถทำให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ต่อไปได้ ยิ่งถ้าชาวพุทธไม่ทำบุญกับวัด หรือต้องรอให้ศาสนิกของศาสนาอื่นมาช่วยอุปถัมภ์ค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้กับพวกเรา

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน