ญี่ปุ่นขึ้นแท่นที่หนึ่ง-จ้างงานคนไทยเพิ่ม
กระทรวงพาณิชย์ เผยไตรมาสแรกปี 2566 ต่างชาติลงทุนในไทย 33,048 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 25% ญี่ปุ่นขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง จ้างงานคนไทย 1,932 คน
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปี 2566 (ม.ค.-มี.ค.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 174 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 56 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 118 ราย เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 33,048 ล้านบาท จ้างงานคนไทย 1,932 คน
โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ญี่ปุ่น 46 ราย คิดเป็นสัดส่วน 26% เงินลงทุน 12,172 ล้านบาท 2.สิงคโปร์ 30 ราย 17% เงินลงทุน 4,507 ล้านบาท 3.สหรัฐอเมริกา 25 ราย 14% เงินลงทุน 1,687 ล้านบาท 4.จีน 10 ราย 6% เงินลงทุน 10,987 ล้านบาท และ 5.สมาพันธรัฐสวิส 9 ราย 5% เงินลงทุน 1,677 ล้านบาท
เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันปี 2565 พบว่า มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 28 ราย คิดเป็นสัดส่วน 19% มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 6,664 ล้านบาท คิดเป็น 25% และจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 246 ราย คิดเป็น 15% โดยจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด คือ ญี่ปุ่น เช่นเดียวกับปี 2565
ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นโยบายการส่งเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อาทิ บริการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียมภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย การบริหารจัดการสำหรับโครงการรถไฟฟ้า บริการก่อสร้าง บริการทางวิศวกรรมด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจวิศวกรรมยานยนต์ และบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล
สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนม.ค.-มี.ค. 2566 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 31 ราย คิดเป็น 18% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด โดยมีมูลค่าการลงทุนจำนวน 3,264 ล้านบาท เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น 13 ราย ลงทุน 1,826 ล้านบาท จีน 5 ราย ลงทุน 529 ล้านบาท ไต้หวัน 3 ราย ลงทุน 37 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ อีก 10 ราย ลงทุน 872 ล้านบาท