ไปกันใหญ่แล้วสำหรับการก่ออาชญากรรมในประเทศไทย ที่สรรหาเหตุผลลงมือมาสนับสนุนความชอบธรรมของตัวเอง จนคนฟังต้องตั้งคำถามและสงสัยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

สำหรับกรณีอุ้มหนุ่มจีนเทาจากคอนโดฯ กลางกรุงไปกักขังไว้ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รีดเงินไปร่วม 4 ล้านบาท

ซึ่งแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ก็มีหลักฐานพอสรุปว่า เป็นความประสงค์ต่อทรัพย์ โดยมีแฟนสาวหนุ่มจีนเทา อดีตผู้สมัครนางงาม เป็นผู้ให้ข้อมูล และคีย์การ์ดห้องพัก ตลอดจนใช้รถของตัวเองในการก่อเหตุ

แต่เมื่อจับกุมได้ยกแก๊ง แฟนนางงามกลับปฏิเสธการรู้เห็น

กลุ่มแฟนใหม่ที่เป็นคนลงมือแม้จะยอมรับว่าอุ้มจีนเทาจริง แต่ก็อ้างไปว่ามีใบสั่งบงการ โดยแฟนสาวไม่ได้รู้เห็น

หนักไปกว่านั้นก็คือต้องการช่วยประเทศชาติ เพราะเหยื่อเป็นจีนเทาที่มีคดีติดตัว

ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่าการอุ้มคนไปรีดค่าไถ่ ถือเป็นการช่วยเหลือประเทศได้อย่างไร

ถือเป็นข้อมูล ข้อกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ซึ่งต้องไปพิสูจน์กัน ตามกระบวนการยุติธรรม

แต่ที่แน่ๆ คือต้องหาวิธีหยุดยั้งปราบปรามอาชญากรรมที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดแบบตอนนี้เสียที

ประชาชนจะได้นอนตาหลับกันบ้าง!!!

สอบเพชรลดา

■ อุ้มจีนเทาเรียกค่าไถ่

เหตุการณ์ครั้งนี้ปรากฏเป็นข่าวเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17 เม.ย. โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่จับกุมนายณัฐภัทร หรือกบ สวัสดี อายุ 27 ปี และนายณัฐพงศ์ หรือจูน ฆ้องคำอยู่ อายุ 24 ปี ในความผิดร่วมกันเรียกค่าไถ่ โดยขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และร่วมกัน กักขังหน่วงเหนี่ยว

พร้อมของกลาง เป็นกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ 1 ใบ รถเบนซ์สีฟ้า ป้ายแดง ทะเบียน น 6987 กรุงเทพฯ และเงินที่อายัด มาได้ 2.3 ล้านบาท โดยติดตามจับกุมได้ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ร่วมกับพวก 6 คน ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและอุ้มนายหวัง อายุ 33 ปี ผู้เสียหายชาวจีน ยัดใส่กล่องพลาสติกลงจากห้องพัก อาคารสินธรเรสซิเดนซ์ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นำไปกักขังที่ รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรียกค่าไถ่จากเพื่อน และญาติๆ เป็นเงินจำนวน 3.93 ล้านบาท

เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย. โดยนายยู อายุ 30 ปี ชาวจีน เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี แจ้งว่า นายหวังเพื่อนสนิท หายออกไปจากห้องพักตั้งแต่ 06.00 น. วันที่ 15 เม.ย. เกรงจะเกิดเหตุร้าย เนื่องจากได้รับการติดต่อจากนายหวัง ผ่านแอพฯ วีแช็ต ระบุไม่ต้องติดตามและไม่ต้องแจ้งความ จะกลับที่พักเอง

แต่ระหว่างที่วิดีโอคอลหากันนั้น พบว่าใบหน้านายหวัง ปูดบวมคล้ายถูกทำร้าย และยังพบว่านายหวังโอนเงินให้บุคคล 2 คน เป็นเงิน 3.93 ล้านบาท และขาดการติดต่อไป จึงตัดสินใจ แจ้งตำรวจ

เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบวงจรปิดที่อาคารสินธรเรสซิเดนซ์พบวงจรปิดชาย 2 คนใช้รถเข็นลำเลียงกล่องพลาสติกสีน้ำตาล ลงมาจากห้องพัก และพบเหมือนว่าภายในนั้นมีคนอยู่

จึงขยายผลจับกุมทันที!!

จากการสอบสวนพบว่า นายหวังเคยคบหากับ น.ส.เพชรลดา หรือน้ำเพชร แสงสกุล อายุ 24 ปี อดีตผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์สุพรรณบุรี 2020 มา 1 ปี จากนั้นเลิกรากันไป 3 เดือน ก่อนกลับมาคบกันอีกครั้ง ซึ่งตอนอยู่ด้วยกันซื้อรถเบนซ์ และบีเอ็มฯ ป้ายแดงให้ น.ส.เพชรลดาใช้ แถมให้เงินเดือนอีกเดือนละ 1 แสนบาท

ทั้งนี้ น.ส.เพชรลดาคบหากับนายศุภพล หรือบอส หรือกาย ฮาลมัน อายุ 24 ปี แฟนหนุ่มชาวไทย อีกคน และได้ร่วมวางแผนอุ้มนายหวังไปรีดค่าไถ่ เพราะรู้ว่านายหวังมีหมายจับคดีฉ้อโกงที่จีน คาดว่าไม่กล้าแจ้งความ

การสอบสวนของตำรวจทราบว่า เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 เม.ย. น.ส.เพชรลดามอบคีย์การ์ดห้องพักให้นายศุภพล จากนั้นนายศุภพลสั่งให้นายณัฐภัทร และนายโจ ขึ้นไปบนห้องพักใช้คีย์การ์ดเปิดประตู จับนายหวังมัดมือเท้า ทำร้ายร่างกาย แล้วยืมรถเข็นรปภ. ก่อนออกไปซื้อกล่องพลาสติก แล้วนำนายหวัง ยัดกล่อง ขนขึ้นท้ายรถเบนซ์ป้ายแดงไปกักขังที่รีสอร์ต ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรีดเงินค่าไถ่

นาทีอุ้ม

■ รีด 4 ล้าน-แฟนนางงามร่วมด้วย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายหวังโอนเงินเข้าบัญชีนายณัฐภัทร 2 ครั้ง เป็นเงิน 2.9 ล้านบาท ครั้งที่ 3 ใช้บัญชีของ น.ส.สริตา ดอนม่วง อายุ 28 ปี เป็นเงิน 1.03 ล้านบาท รวม 3.93 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่จึงติดตามแกะรอย และช่วยเหลือนายหวัง ได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และจับกุมนายณัฐภัทร และนายณัฐพงศ์ ที่ทำหน้าที่ดูต้นทางขณะรีดทรัพย์ภายในรีสอร์ต

สำหรับนายหวัง ที่ได้รับการช่วยเหลืออาการปลอดภัย ตรวจสอบพบเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงมูลค่า 12 ล้านหยวน หรือราว 60 ล้านบาท ทางการจีน ออกหมายจับไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ขึ้นเป็นหมายแดงในระบบตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ทำให้เดินทางเข้าประเทศได้ ขณะนี้ได้กักตัวไว้ที่ ตม. เตรียมผลักดัน ออกนอกประเทศต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม น.ส.สริตา ดอนม่วง อายุ 28 ปี เจ้าของบัญชีที่นายหวังโอนเงิน ได้ที่ลานจอดรถหลัง สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

อีกส่วนหนึ่งเข้าจับกุมนายธนายุทธ หรือโจ พลนาคู อายุ 30 ปี ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุอุ้ม นายหวังลงจากห้องพัก ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 303/2566 ลงวันที่ 17 เม.ย. ได้ที่บ้านเลขที่ 48/5 หมู่ 1 ซ.คลองหกตะวันออกสิบ ถ.เลียบคลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ส่วน น.ส.เพชรลดา แสงสกุล หรือน้ำเพชร อายุ 24 ปี อดีตผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2563 และนายศุภพล ฮาลมัน หรือบอส อายุ 24 ปี แฟนหนุ่มชาวไทย จับได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายณัฐภัทร หรือกบ ไปฝากขังโดยศาลพิจารณาคำร้องเห็นว่าพนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจาก เกรงจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ประชาชนให้ความสนใจ

ต่อมาวันที่ 19 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้ควบคุมผู้ต้องหาอีก 5 รายไปฝากขัง พร้อมคัดค้าน การประกันตัวเช่นกัน

ตร.คุมตัว

■ สุดมึนอ้างมีใบสั่ง-ทำเพื่อชาติ

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ก็ยังไม่หมดเงื่อนงำ เมื่อมีข้อสงสัยในเรื่องของแรงจูงใจ เพราะ ตามแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์

ขณะที่ในกลุ่มผู้ก่อเหตุกลับให้การแตกต่างออกไป โดย น.ส.เพชรลดานั้น กลุ่มเพื่อนๆ ระบุว่า ไม่เชื่อว่าน้ำเพชร จะทำเรื่องดังกล่าว เพราะในวันเกิดเหตุน้ำเพชรอยู่กับตน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับคอนโดฯ อีกทั้งช่วงที่นายหวังหายตัวไป น้ำเพชรก็ช่วยตามหา แถมยังเข้าแจ้งความคนหายที่ สน.ลุมพินีด้วย แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความเพราะยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง

พร้อมไล่ไทม์ไลน์ว่า เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 เม.ย. น้ำเพชรไปเที่ยวกับรุ่นพี่ที่สยามพารากอน จนเวลา 01.50 น. ของวันที่ 15 เม.ย. น้ำเพชรโทรศัพท์ มาบอกว่าเพื่อนๆ ของนายหวังแจ้งว่าติดต่อไม่ได้ โดยช่วงเย็นนายหวังแจ้ง น้ำเพชรว่าจะไปเที่ยวพัทยา จึงไปขอดูวงจรปิดที่คอนโดฯ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ

จนกระทั่ง 02.30 น. นายหวังโทรศัพท์มาหาน้ำเพชร บอกไม่ต้อง เป็นห่วง อยู่พัทยากับเพื่อนๆ จึงแยกย้ายไปนอน ก่อนที่ช่วงเช้าก็ยังติดต่อนายหวังไม่ได้เลยเข้าแจ้งความ

ส่วนบอส หรือกาย ที่มาติดพัน น้ำเพชรนั้น ก่อนนี้น้ำเพชรคบกับนายหวัง ประมาณ 1 ปี แล้วเลิกกันไป จังหวะ เดียวกับที่นายบอสเข้ามาหาจึงคบกัน จากนั้นนายหวังกลับมาง้อน้ำเพชร จึงกลับไปคบใหม่

สาเหตุเชื่อว่านายบอสคงหึงหวง และมีปัญหาเรื่องเงิน จึงวางแผนก่อเหตุ ส่วนที่ใช้รถยนต์และคีย์การ์ดของน้ำเพชร ในการก่อเหตุนั้น ปกติบอสมักใช้รถ ของน้ำเพชรเดินทางไปไหนโดยตลอด คีย์การ์ดดังกล่าวก็อยู่ในรถ จึงอยากให้นายบอสออกมาพูดความจริง

ส่งฝากขัง

ขณะที่นายณัฐภัทร หนึ่งในผู้ต้องหาระบุว่า สารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่ที่ลงมือไป เพราะอยากช่วยประเทศ เนื่องจากนายหวัง เป็นคนที่รัฐบาลจีนต้องการตัวและเป็นบุคคลสีเทา

ส่วนนายศุภพล หรือบอส หรือกาย ก็ยอมรับว่าทำจริง แต่ที่ทำเพราะมีใบสั่งให้มาจัดการกับนายหวัง ที่เป็นผู้ร้าย ข้ามชาติ เป็นจีนเทา มีคดีฉ้อโกงติดตัวมาจากต่างประเทศ ยืนยันเพชรลดา หรือน้ำเพชรไม่เกี่ยวข้อง

เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป!!!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน