ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 25 เม.ย. น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีคณะผู้บริหารกทม. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักเทศกิจ กรมควบคุมโรค กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการตำรวจนครบาล บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ร่วมประชุม
น.ส.ทวิดากล่าวว่า ข้อมูลจากกองป้องกันการ บาดเจ็บ กรมควบคุมโรค พบว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนกว่าร้อยละ 50 เกิดจากการดื่มแล้วขับ กรมควบคุมโรคจึงร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยการดำเนินคดีขั้นสูงสุดกับ ผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุและมีระดับแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด ซึ่งการที่ผู้ขับขี่เหล่านี้ถูกตรวจวัดแอลกอฮอล์ทั้งก่อนเกิดอุบัติเหตุและหลังเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้เกิดความเกรงกลัวต่อกฎหมาย ส่งผลให้การเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และเสียชีวิต ที่เกิดจากการดื่มแล้วขับลดลง ทำให้ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมาก
นอกจากนี้ที่ประชุมได้กล่าวถึงปัญหาในปัจจุบัน ซึ่งยังไม่มีกฎหมายบังคับให้มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนทุกราย เว้นแต่มีใบนำส่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้โรงพยาบาลตรวจวัด ดังนั้น ในที่ประชุมจึงหารือใน 3 ประเด็นหลักซึ่งต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขและหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1.เรื่องกฎหมาย เพื่อพิจารณากฎหมายที่ขอความร่วมมือหรือบังคับให้สถานพยาบาลทุกระดับตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนทุกรายไม่ใช่แค่เฉพาะผู้ขับขี่ 2.ค่าใช้จ่ายในการตรวจวัด เพื่อเป็นแนวทางเดียวกันว่าหน่วยงานใดจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว และ 3.ระบบไอที เพื่อลดการ ใช้กระดาษ และเพื่อการทำงานแบบไร้รอยต่อของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม กทม.พร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน ทั้งเรื่องการปรับปรุงและพัฒนาระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด รวมถึงระบบการแพทย์และสาธารณสุขในสังกัดกทม.ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง