วันที่ 25 เม.ย. บีบีซีรายงานความคืบหน้าวิกฤตในซูดานว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในซูดานตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง นับจากเวลา 22.00 น. ของวันจันทร์ที่ 24 เม.ย. ตามเวลามาตรฐาน กรีนิช โดยกองทัพซูดานกับกองกำลังเสริมเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) บรรลุข้อตกลงหยุดยิงซึ่งมีสหรัฐเป็นคนกลางประสานงาน หลังจากใช้เวลาเจรจา 48 ชั่วโมง

ตั้งแต่ความรุนแรงปะทุขึ้นในวันที่ 15 เม.ย. มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 427 ราย กว่า 3,700 คนบาดเจ็บ นอกจากนี้การทิ้งระเบิดยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานบีบให้ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องดื่มน้ำจากแม่น้ำไนล์ ขณะที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าการหยุดยิงจะทำให้พลเรือนอพยพออกจากกรุงคาร์ทูมได้ เช่นเดียวกับรัฐบาลต่างชาติที่ยังเร่งอพยพพลเรือนของตนออกจากซูดานอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศดิ้นรนที่จะอพยพนักการทูตและพลเรือนเนื่องจากการสู้รบลามในพื้นที่กลางเมืองหลวงที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

นายบลิงเคนระบุอีกว่า สหรัฐกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการหวนประจำการคณะทูตในซูดาน แต่สภาพการณ์ในซูดานยังท้าทายมาก ประชาชนหลายหมื่นคน รวมถึงชาวซูดานและชาติเพื่อนบ้านต่างพากันหนีตายจากปะทะดุเดือด ขณะที่อังกฤษประกาศอพยพพลเมืองที่ยังติดค้างในซูดาน โดยจะอพยพผู้เปราะบางที่สุดก่อน ครอบคลุมทั้งเด็กและผู้สูงวัย นายริชี ซูนัค นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงขอบคุณกองทัพ นักการทูตและผู้เกี่ยวข้องในปฏิบัติการอพยพที่ซับซ้อน ซึ่งมีชาวอังกฤษถือสองสัญชาติกว่า 4,000 คน ผู้ถือหนังสือเดินทางอังกฤษราว 400 คน และอีก 2,000 คนที่ลงทะเบียนกับกระทรวงต่างประเทศอังกฤษเพื่อขอให้ช่วยอพยพออกจากซูดาน ส่วนพลเรือนและนักการทูตชาวญี่ปุ่นรวม 45 คน โดยสารเครื่องบินของกองทัพอพยพจากซูดานไปยังประเทศจิบูตี และสถานทูตญี่ปุ่นในซูดานปิดทำการชั่วคราว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน