กทม. – น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กทม.ร่วมกับเครือข่ายสภาเภสัชกรรมในโครงการ ร้านขายยาใกล้บ้าน เชื่อมต่อกับศูนย์บริการทางการแพทย์ และแอพพลิเคชั่น หมอ กทม. ซึ่งมีประวัติการรักษาของคนไข้เพื่อเป็นข้อมูลการรักษาต่อเนื่อง

สำหรับโครงการร้านขายยาใกล้บ้านเป็นต้นทางสำหรับคนไข้ เพื่อให้เภสัชกรประเมินอาการเบื้องต้นก่อนส่งต่อสถานพยาบาลในกรณีคนไข้มีอาการหนัก โดยเภสัชกรสามารถแนะนำการปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการก้าวสู่การเป็นโรค ตามขบวนงานสร้างเสริมสุขภาพของเภสัชกร พร้อมติดตามอาการหลังจากแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อคัดกรองคนไข้เบื้องต้นโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาลอย่างเดียว

นอกจากนี้ ยังมีบริการเลิกบุหรี่ด้วย จากการเก็บข้อมูลของเภสัชกรในร้านขายยาพบว่า คนไข้ 30% ที่มาพบมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ ดังนั้น เภสัชกรได้เตรียมบริการสำหรับเลิกบุหรี่ให้แก่ประชาชนพร้อมยารักษาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการเลิกบุหรี่หนึ่งคนสามารถรักษาสุขภาพของคนในครอบครัวได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งร้านขายยาเป็นหน่วยที่ใกล้ชิดกับคนในชุมชน สามารถเก็บข้อมูลเพื่อประสานส่งต่อกับหน่วยรักษาพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ต่อไปได้ ผ่านการติดตามอาการภายใน 3 วันหลังการจ่ายยา โดยเฉพาะ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดัน มาที่ร้านขายยาเพื่อวัดค่าต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องไปโรงพยาบาลทุกเดือน เภสัชกรพร้อมช่วยประเมินอาการหลังรับยาไปรับประทาน และแนะนำพฤติกรรมที่เหมาะสมในการรักษาโรค

น.ส.ทวิดากล่าวต่อว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์บัตรทองได้ โดยนำบัตรประชาชนมายื่นที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ ร้านขายยาใกล้บ้าน เพื่อรักษา 16 กลุ่มอาการ ประกอบด้วย ปวดหัว ปวดฟัน ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ ไอ ไข้ เจ็บคอ น้ำมูก ตรวจ ATK แผลหกล้ม ผื่นแพ้ ท้องผูก ริดสีดวงทวาร ปัสสาวะขัด เยื่อตาอักเสบ เวียนหัว

“การร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมจะทำให้ร้านขายยา กลายเป็นด่านหน้าในการดูแลคนไข้ คัดกรองก่อนส่งต่อโรงพยาบาลหรือศูนย์สาธารณสุข ลดการเดินทางไปพบแพทย์ และลดภาระของหมอ พยาบาล พร้อมเก็บข้อมูลในการส่งต่อการรักษาต่อไป ซึ่งโครงการร้านยาใกล้บ้านจะเริ่มเปิดบริการภายในเดือนมิ.ย.นี้” น.ส.ทวิดากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน