ไม่ค่อยได้เห็นหน้าเห็นตากันถี่ๆ กับงานละคร แต่ดาราสาว ‘โม’ มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ ก็ไม่ได้ห่างหายไปนาน ล่าสุดสาว ‘โม’ ปักธงพร้อมแล้วกับละครดาร์กคอมเมดี้ “วงศาคณาญาติ” ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34
ก่อนหน้านี้แฟนๆ ก็บ่นคิดถึงกันยกใหญ่ เลยต้องชวนสาว ‘โม’ มานั่งคุยอัพเดตชีวิต กับแนวคิดในวัยที่โตขึ้น

◆ บทในละคร วงศาคณาญาติ?
โม – “โมรับบท พริม ลูกสาวของลูกชายคนโตของตระกูล พ่อแม่เราต้องการให้เราทำตามพินัยกรรม แต่เราไม่เชื่อ เพราะเราสนิทกับคุณปู่ คุณปู่ไม่มีทางเขียนพินัยกรรมแบบนี้แน่นอน เลยตามหาความจริง ก็มีพระเอก คอยช่วย ตอนนี้มีเรื่องเดียว คือถ้ามีบทที่น่าสนใจ โมรับ เราไม่ต้องเป็นนางเอกเท่านั้น โมอยากเล่นบทที่ท้าทาย น่าสนใจ รู้สึกว่าได้พัฒนาตัวเองมากกว่า”

◆ นอกจากละครเรามีอะไร?
โม – “ทำยูทูบ เราทำเองทั้งหมด เสิร์ชข้อมูลเอง แล้วก็มีรีวิว อย่างในติ๊กต็อก โมชอบทำสกินแคร์ เหมือนเล่าชีวิตว่าเจออะไรบ้าง อาจดูเหมือนง่าย คลิปสั้นๆ แต่ต้องใช้เวลาเหมือนกันนะ และอยากทำอะไรเกี่ยวกับบิวตี้เพิ่มอีกช่องยูทูบ กำลังศึกษาอยู่ ทำ สิ่งที่เหมาะกับเรา ชีวิตตอนนี้ก็ยุ่งๆ ไปออกกำลังกาย ไปวัด หลายอย่าง”
◆ ไปวัด?
โม – “ใช่ค่ะ จริงๆ เข้าตลอดอยู่แล้ว ถามว่าเรียกสายบุญได้มั้ย ไม่คิดว่าตัวเองสายบุญขนาดนั้น เรียกว่าทำบุญและศึกษา ทำสมาธิ สวดมนต์ ฟังเทศน์ เดี๋ยวนี้ในติ๊กต็อกมีเทศน์ แม่ชีศันสนีย์ พระอาจารย์ต้น ชอบฟัง บางทีแค่คลิปสั้นๆ แต่ได้อะไร”
“คนชอบคิดว่าไปวัด ฟังเทศน์ ฟังธรรม สวดมนต์คือเรื่องของคนแก่ จริงๆ ไม่ใช่ ธรรมะคือธรรมชาติ คือสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ที่เราดำรงชีวิตอยู่ แค่โมรู้สึกว่าเรามีสติ รู้ลมหายใจตัวเองก็คือมีสมาธิแล้ว โมว่าถ้าเรารู้จักตนเอง รู้เท่าทัน มีสติ ทำให้เราเห็นอะไร หลายอย่างมากขึ้น”

◆ เริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
โม – “ปีที่แล้ว แต่ว่าทำบุญ สวดมนต์ ทำมาตลอด แต่ไม่ใช่สวดทุกวัน โมไม่ได้บังคับตัวเอง เพราะถ้าอะไรที่บังคับ โมจะไม่มีความสุข ไม่ถึงขั้นสวดมนต์ทุกคืนก่อนนอน ถ้าโมเหนื่อยก็นอน ไม่งั้นเราจะรู้สึกว่าทำไมเราต้องมาทำอย่างนี้ มันจะบาป อันนี้คือโมคิดนะ”
◆ อะไรที่ทำให้โมเริ่มต้น?
โม – “โมอยากเข้าใจ เมื่อก่อนไปทำบุญ ทำสังฆทาน ปล่อยปลา บริจาคเงิน ทำหมด แต่เราไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร สุดท้ายโมเข้าใจแล้วว่าธรรมะคือธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา ทำที่ไหนก็ได้ นั่งในรถก็ทำได้ตอนที่เรา ไม่ได้ขับเอง เหมือนเรากำหนดจิตว่าเราทำอะไรอยู่ มีสติหายใจอยู่ ไม่ได้ล่องไปเรื่อย เราอยู่กับปัจจุบัน”

◆ ทำให้เราเปลี่ยน แปลงไปยังไงบ้าง?
โม – “โมปล่อยเรื่องบางเรื่องที่มันไม่ดี มากระทบจิตใจ ไม่สำคัญกับชีวิตเราได้ง่ายขึ้น”
◆ เราลอยตัวเหนือดราม่ามาตลอด?
โม – “เหมือนจะลอยตัว แต่จริงๆ เราเจ็บปวดข้างใน แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าบางเรื่องถ้าเราทำดีอยู่แล้ว เราทำดีของเราต่อไป คนอื่นเราไปกำหนดความคิดของเขา ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะไปทุกข์กับสิ่งนั้นทำไม อย่างคนพิมพ์ด่าเรา เขาก็แค่พิมพ์ แล้วเขาไปทำอย่างอื่น แต่ถ้าเราไปเก็บสิ่งนั้นมาอยู่กับ เราเอง เป็นเรานะที่ทุกข์ เจอเรื่องราวมาเยอะ เพิ่งมาเข้าใจวันนี้ ที่ผ่านมาอยากให้เหนือดราม่า แต่มันไม่เหนือจริงๆ เรารู้ แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้”

◆ วางแผนชีวิตยังไง?
โม – “ไม่ได้วางอะไรพิเศษ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตมีความสุขพอแล้ว อะไรที่เป็นของเราก็เป็นของเรา อะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ถามว่ามีอย่างอื่นอยากทำอีกมั้ย อยากทำเบื้องหลัง เป็นโปรดิวเซอร์ แอ๊กติ้งโค้ช ส่วนบทที่อยากเล่น บู๊ ผี สิ่งลี้ลับ บู๊โมรู้ว่าเหนื่อย เพราะเคยอยู่ในละครบู๊ แต่โมไม่ได้บู๊ ตะวันตัดบูรพา, ชีวิตเพื่อฆ่า หัวใจเพื่อเธอ หรือไม่ก็เอาโมไปเป็นผี ง่ายดี (หัวเราะ)”

◆ ความรักเป็นไงบ้าง?
โม – “ไม่หวือหวา ไม่มีอะไรพิเศษ ก็มีคนที่ดูอยู่ เป็นคนนอกวงการ มาเจอในจังหวะชีวิตที่พอดี ไม่ใช่สายธรรม แต่บ้านเขาก็ชอบทำบุญ ชวนไปวัดเขาก็ไป เรียกว่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ ณ ตอนนี้ แต่คนเราโตมาจากต่างที่มีเรื่องต้องปรับอยู่แล้ว โมก็ตอบไม่ได้ว่าคนนี้ใช่แน่ๆ โลกมันเปลี่ยนทุกวัน ตัวเราด้วย เขาด้วย โมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องไปในทิศทางไหน แค่ปัจจุบันเรามีความสุขก็พอแล้ว”

◆ ตอนนี้ไม่โสด?
โม – “ใช่ แล้วก็รู้สึกแฮปปี้กับชีวิตตอนนี้ ถ้าว่างก็เจอกัน เราก็ต้องดูว่าเราพยายามกันแค่ไหนกับเวลา เราหาตรงกลาง เขาก็เจอเพื่อน เจอครอบครัวแล้ว โตกันแล้ว ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน แต่ถ้าถึงเวลาเพื่อนเสียใจเราก็ไปซัพพอร์ต”
◆ เรียกว่าตอนนี้ชีวิตแฮปปี้ ขาข้างหนึ่งก็ธรรมะแล้วนะ?
โม – “ใช่ค่ะ แฮปปี้ แต่โมยังรับงานอยู่นะ (หัวเราะ) ไม่ใช่โมจะไปอยู่วัด ยังทำงานค่ะ (หัวเราะ)”
อนงค์ จันทร