‘เต๋า ภูศิลป์’ท้าทายตัวเอง
ทำเพลง-ลุยธุรกิจไม่กลัวเจ๊ง
จับกระแสลูกทุ่ง
ปล่อยเพลง “มื้อสันต์วันม่วน” ออกมาในช่วงสงกรานต์ ให้แฟนๆ ได้ม่วนกันไป นักร้องลูกทุ่งหมอลำเสียงดี ‘เต๋า ภูศิลป์’ ค่ายแกรมมี่โกลด์ แอบสารภาพว่าไม่ใช่ง่ายกับการร้องทำนองหมอลำเต้ย แต่ก็สอบผ่าน มาได้ แถมยังมีเอ็มวีที่นางเอกคู่จิ้น ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’ และ คุณแม่แดง (บุญศรี ยินดี) มาร่วมสร้างสีสัน ถ้าได้ดูแล้วต้องคิดถึงบ้าน
ซิงเกิล มื้อสันต์วันม่วน ที่ออกไปเป็นยังไงบ้าง?
เต๋า – “เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ท้าทายความสามารถ เพราะเป็นจังหวะหมอลำ ลำเต้ย แต่งโดยอาจารย์อำไพ มณีวงษ์ ซึ่งก็เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังผลงานเพลงหมอลำดังหลายๆ เพลง เรียบเรียงดนตรีโดย อาจารย์สวัสดิ์ สารคาม เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ยากแต่ว่าเรามีความสุขในการทำงานมากเลยครับ”
มีความเป็นหมอลำมากขึ้น?
เต๋า – “เป็นอีกเพลงม่วนๆ ทำนองเต้ยฟ้อนหวานๆ มีจังหวะรำวง มีการเซิ้งขึ้นมาหน่อย เป็นรำเต้ย ทำให้ออกมาร่วมสมัย แต่ก็ไม่ได้ทิ้งลายความเป็นอีสานของเราไป เพียงแต่ว่าจะมีความกระชับขึ้นมาหน่อยแล้วก็ดนตรีจะสื่อถึงทางอีสานในแบบที่เป็นเต๋า ภูศิลป์”
“เพลงนี้ร้องยากมาก ถึงเราจะเป็นคนอีสาน เป็นนักร้องลูกทุ่ง แต่ว่าเพลงนี้เป็นลูกทุ่งหมอลำแบบเต้ย มีความเป็นหมอลำลึกมากขึ้นจากเดิม ก็ต้องฝึกเพิ่ม เชื่อมั้ยว่าผมอัดเพลงนี้ร้องในห้องอัดประมาณ 5 ชั่วโมง เป็นลมเลยครับ หูอื้อ เหมือนน้ำตาลตกหรือเปล่าไม่รู้ ก้านตอง ทุ่งเงิน อยู่ในห้องอัดด้วย เขาเห็นผมแล้วรีบไปเอาน้ำหวานมาให้กินเลย มันยากมากจริงๆ สำหรับเพลงนี้ เมโลดี้การออกเสียงมันขึ้นๆ ลงๆ แต่โชคดีมากที่ผมได้มาเจออาจารย์ สวัสดิ์ สารคาม เป็นโปรดิวเซอร์ให้ อาจารย์ก็พยายามจัดส่วนให้ร้องทำให้คนฟังได้ฟังเสียงที่เพราะมากที่สุด”
ฟีดแบ็กหลังปล่อยเพลงแนวหมอลำเป็นอย่างไร?
เต๋า – “ติดชาร์ต ติดท็อป 20 อินเทนซีฟ วอช ในกรุงเทพมหานคร เดือนเมษายน เป็นเพลงที่ถูกเปิดบ่อยมากที่สุด ดีใจนะ ไม่คิดว่าเราจะได้มีโอกาสติด คือในยูทูบคนยังดูไม่เยอะแต่ว่าในวิทยุคนโทร.เข้ามาขอเยอะมาก สัมผัสได้ว่าคนยังให้การตอบรับด้วยดีเสมอมา อย่างเพลงอินดี้เราก็ร้องได้นะ มันมาถึงช่วงที่เราได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงาน เราก็อยากทำอะไรที่ตอบแทนพี่น้องแฟนเพลง อย่างน้อยถ้าเขาไม่ฟังก็ไม่เป็นไร เราได้ทำผลงานหมอลำฝาก ไว้ในแผ่นดินก็พอแล้ว เราก็ภูมิใจและดีใจที่เราได้สืบสานและต่อยอดตรงนี้ ซึ่ง ครูเพลงหมอลำท่านก็ดีใจและอวยพรให้เรามีกำลังใจในการสร้างสรรค์ การพัฒนาในเรื่องของเพลงลูกทุ่งหมอลำให้คงอยู่ต่อไป”
“ส่วนใหญ่ที่เราอยู่โพสิชั่นนี้เราจะได้งานโอท็อป งานเกี่ยวกับเรื่องผ้าไทย การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เขาก็แซวว่า เต๋า ภูศิลป์ ศิลปิน โอท็อป มันเป็นจุดที่ทำให้เรามีโอกาสได้ทำมาหากิน เรายืนอยู่ตรงนี้มาประมาณ 4-5 ปีแล้ว เพราะเราจับทางตรงนี้ก็มาเรื่อยๆ แล้วไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการปั้นหรือการสร้างตัวตน มันเป็นตัวของเราเอง เลยไม่เขินครับ”
เป็นนักร้องลูกทุ่งหมอลำรุ่นใหม่ที่ยังยืนยันนำเสนอเอกลักษณ์และอนุรักษ์ตรงจุดนี้ไว้อยู่?
เต๋า – “ยืนยัน นั่งยัน นอนยันเลยครับ คนอื่นว่าเรา ทำไมทำตัวแก่จังเลย ใส่ชุดผ้าไหม คือผมไม่อยากให้คนอื่นมองว่าผ้าไหมมัน เข้าถึงได้เฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หน่วยงานราชการต่างๆ ผมอยากจะให้มองว่าผ้าไหมหรือว่าผ้าไทยใส่ได้ทั่วไป ผ้าไทยใครใส่ก็ดูดี ไม่ใช่ว่าเวลาเราไปงานเราถึงใส่ผ้าไทย มันก็ต้องใส่ให้เข้ากับชีวิตประจำวันหรือว่าในซิงเกิลของเรา ก็อยากจะมาสอดแทรกตรงนี้บ้าง ร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์จะเห็นผมใส่เป็นผ้าไหม ผ้าพื้นเมือง แต่ว่าถ้าเป็นงานในผับบาร์ เราก็เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย อย่างชุด ผ้าไหมที่เราใส่มันก็มีเติมลูกเล่นดีไซน์เข้าไปให้มันดูไม่แก่ ดูไม่เชย ดูร่วมสมัยมากขึ้น”
เวลาโดนคอมเมนต์ว่าดูแก่ ดูเชย รู้สึกนอยด์ไหม?
เต๋า – “ผมรู้สึกเฉยๆ ครับ เราก็มองไปข้างหน้า ระหว่างทางจะเป็นยังไงไม่สำคัญ ปลายทางของเราอย่างน้อยเราก็ได้อนุรักษ์และสืบสานในเรื่องของความเป็นไทย ความเป็นอีสานบ้านเฮา นอกจากเรื่องของการแต่งตัว เสียงเพลง เสียงร้อง เสียงลำ มันจะยังไม่หายไปจากสังคม ดีกว่าให้คนไปมองว่าสุดท้ายแล้วผ้าไหมไม่มีคนทำหรอกเพราะมันแพงแล้วการทำมันยาก สุดท้ายผ้าไหมกลับไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้มันอยู่ในชีวิตประจำวันของเราด้วย”
ถ่ายทำเอ็มวีที่บ้านเกิด จ.อุบลราชธานี?
เต๋า – “มื้อสันต์วันม่วน เป็นเพลงที่ออกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องการนำเสนอ ให้กับพี่น้องประชาชนที่กลับบ้าน กลับไป หาความรัก ได้มีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย ขอบคุณแกรมมี่โกลด์ ที่ได้ให้โอกาสผมได้นำเสนอความงาม ของวัฒนธรรม ผ่านสถานที่สำคัญของอุบลราชธานี ภาพในอดีตถึงปัจจุบันของ ภาคอีสานที่เราคุ้นเคย คือความแห้งแล้ง ทุรกันดาร แต่ในอีกมิติ ภาคอีสานของเรายังมีความร่ำรวยทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เช่น ความงดงามของวัดวาอาราม ประเพณีสำคัญต่างๆ เสียงร้องเสียงลำ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของภาคอีสานที่สั่งสมมาจากความมั่งคั่งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ได้ชวนข้าวทิพย์ ธิดาดิน คู่บุญคู่ขวัญเราได้ร่วมงานกันหลายเพลงมาก และเล่นละครมาหลายเรื่องแล้ว และนี่เป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ ที่เราได้มีโอกาสทำงานร่วมกันอีกครับ”

บวงสรวงพญานาค เปิดตัวธุรกิจทำดูแลผิวหน้าและเพลงใหม่?
เต๋า – “มันคือการสร้างพลังบวกให้กับตัวเราเองและคนรอบข้างเรา เป็นความเชื่อมั่นว่าเราได้รับสิ่งดีๆ เราเปิดทรัพย์จากเมืองบาดาล จากองค์พญานาค พลังบวกสำหรับผมคือการได้รับพลังจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เอาฤกษ์เอาชัย”
ในฐานะศิลปิน ได้มาลองทำธุรกิจ ท้าทายตัวเองยังไงบ้าง?
เต๋า – “ท้าทายนะ แต่ว่าเราไม่กลัวเจ๊ง ถ้าจะเจ๊งก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราก็มีโอกาสได้ลองทำ เราจะไม่รู้เลยว่าเราสามารถทำอะไรได้ถ้าเราไม่พยายามลองทำมัน เคยมีหลายคนบอกผมว่าเขาให้คุณมาเป็นนักร้องศิลปิน คุณก็เป็นแค่ตรงนี้ ทำอย่างอื่นไม่เจริญหรอก ไม่ขึ้นหรอก ก็อาจจะจริง แต่ว่าเราเกิดมา ชาติเดียว ชีวิตเป็นของเรา เราทำไปเลย แต่ว่าขอให้อยู่ในพื้นฐานของความถูกต้องพอดี ไม่เบียดเบียนใครเท่านั้นพอ ผมก็เลยอยากจะทำลองทำผลิตภัณฑ์ตัวนี้ดู จะเป็นยังไงก็ให้ พี่น้องแฟนเพลง ให้คนที่ได้ทดลองใช้จริงเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกัน”

เจอคำดูถูกเป็นนักร้องมาทำธุรกิจไม่รุ่ง?
เต๋า – “คนที่ดูถูกเราว่าทำไม่ได้หรอก มันเป็นแรงผลักดันเรามากกว่า เพราะว่าเราไม่อยากเอาขยะที่คนอื่นมาทิ้งไว้ให้เรามันจะกลายเป็นขยะในตัวเรา ผมก็เปลี่ยนคำดูถูกเป็นแรงผลักดัน ถ้าเราไม่ลองเราก็ไม่รู้ ก่อนหน้านี้ผมทำปลาร้า มันก็ขายได้อยู่เรื่อยๆ มีออร์เดอร์ ตอนนี้ก็ยังขายอยู่ ทีนี้ก็อยากลองทำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า เราเป็นศิลปินก็จริง บางคนบอกว่าได้เงินเยอะ มันก็เป็นส่วนหนึ่งแต่ว่าไม่ใช่ทั้งหมด ได้เยอะรายจ่ายก็เยอะตามมา เราก็ต้องขยัน แล้วผมเป็นคนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ด้วย ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่มีคนจ้าง เราไป ร้องเพลง แล้วพรุ่งนี้เราจะทำอะไร เราต้อง หาอะไรทำ นอกจากปลาร้าแล้ว เราขายครีม ก็ยังขายได้”
วีรนุช จันทำ