เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าและแคนดิเดตนายกฯ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 เบอร์ 5 ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนชาวโคราช เริ่มตั้งแต่ถนนสุรนารี ถนนโพธิ์กลาง ชุมชนหนองไผ่ล้อม ชุมชนพานิชเจริญ ชุมชนเดชอุดม เพื่อนำเสนอนโยบายโคราชโนมิกส์ โคราชระเบียงเศรษฐกิจ โคราชเมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ โคราชเมืองผลิตอาหารป้อนโลก โคราชเมืองคมนาคมทันสมัย โคราชน้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง น้ำประปาพอใช้ และปรับโครงสร้างค่าไฟ เพื่อแก้ปัญหาค่าไฟแพง งานดี มีเงิน ของไม่แพง
นายสุวัจน์กล่าวว่าโค้งสุดท้ายทุกคนต้องมีแผนงานอะไรที่ชัดเจนเช่นเดียวกับพรรคชาติพัฒนากล้า เราจะมีปราศรัยแทบจะทุกวันช่วงนี้ จนถึงวันสุดท้ายตามที่กฎหมายกําหนด เพราะการปราศรัยสําคัญมาก เราจะขายนโยบายที่เราจะมาทํางานให้กับคนโคราช ซึ่งนโยบายโคราชโนมิกส์ของเราตอนนี้ก็โดนใจ ได้รับการขานรับและเชื่อมั่นว่า นโยบายของพรรคจะเป็นนโยบายที่เอาเศรษฐกิจดีๆ กลับมาเมืองโคราชเท่าที่เราเดินหาเสียงส่วนใหญ่จะบอกว่าหวังว่าหลังเลือกตั้งแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น ประชาชนก็ฝากการบ้านไว้ให้ล่วงหน้า คือ เรื่องของแพง ช่วยแก้ของแพง และกลับมาสร้างเมืองให้คึกคักก็เป็นเรื่องที่ดี เราก็บอกกับเขาว่านโยบายโคราชโนมิกส์นั้น จะเอาการลงทุนกลับมาอย่างไร จะเอาการท่องเที่ยวกลับมาอย่างไรจะมาพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานเพื่อให้เมืองทันสมัยอย่างไร
“มาถึงวันนี้ มั่นใจมากที่โคราช ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ จะปราศรัยอีกครั้งหนึ่ง ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ของผู้สมัครส.ส.กำนันเบ้า-สมศักดิ์ กาญจนวัฒนา เบอร์ 1 เป็นเขตที่เรามีความคาดหวังสูง ส่วนในเมือง จะใช้วิธีเดิน ช่วงโค้งสุดท้ายคงขึ้นรถแห่และปราศรัยย่อยไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่กฎหมายกําหนด” นายสุวัจน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าโพลต่างๆ ออกมามีตัวเลขที่แตกต่างกันไป มองอย่างไร นายสุวัจน์กล่าวว่า โพลมีหลายโพล พื้นฐานของการทําโพลก็ต่างกัน มีความแตกต่างกันเยอะ ต้องรอของจริงวันที่ 14 พ.ค.นี้ ประชาชนคงคิดเรื่องการเมืองไว้ในใจแล้ว คงคิดเรื่องเศรษฐกิจ คงคิดว่าใครจะมาแก้ไขปัญหา นโยบายอะไรที่ชอบ ผู้สมัครคนไหนที่คิดเอาไว้อยู่ในใจแล้ว
สำหรับจุดยืนทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคชาติพัฒนากล้านั้น นายสุวัจน์ยืนยันว่าพรรคชาติพัฒนากล้าอยากจะสร้างบรรยากาศของการเมืองให้เป็นการเมืองที่ประชาชนสบายใจ ตามกติกาการเมืองไม่ขัดแย้ง เคารพเสียงข้างมาก ให้เกียรติพรรคที่หนึ่ง จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศทางการเมืองได้ดี
ฉะนั้น พรรคชาติพัฒนากล้าจะอยู่บนพื้นฐานนี้ พรรคไหนมาอันดับหนึ่งก็ควรเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล การจะแก้วิกฤตเศรษฐกิจมันต้องเสริมสร้างความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลใหม่ นโยบายของรัฐบาลใหม่ที่มีเสียงข้างมากจะเป็นการเมืองที่มีเสถียรภาพ แต่ถ้าเราเริ่มต้นด้วยรัฐบาลเสียงข้างน้อย ความเชื่อมั่นในนโยบายของรัฐบาลใหม่แทบจะไม่มีเลย รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะอยู่ได้ไม่กี่เดือน
“การเลือกตั้งครั้งนี้ ผมคิดว่ามีความคาดหวังจากประชาชนสูง มีเดิมพันของประเทศชาติสูง เพราะมีวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้น อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามทํานองคลองธรรม เป็นไปในวิถีทางที่ควรจะถูกต้องประเพณีทางการเมืองประชาธิปไตยเสียงข้างมาก รัฐบาลมีเสถียรภาพ มันถึงจะแก้ไขปัญหาของประเทศได้” นายสุวัจน์กล่าว