‘เอก รังสิโรจน์’มาไกล
จากตำแหน่งพระเอกสู่ผู้กำกับฯ

อาทิตย์ใส

จากการทำงานเบื้องหน้า ผันสู่การทำงานเบื้องหลัง ในบทบาทผู้กำกับการแสดง สำหรับอดีตพระเอก ‘เอก’ รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง ที่ล่าสุดลงกำกับละคร “กล้า ผาเหล็ก” ทางช่อง 7 HD

โดยเจ้าตัวได้เปิดใจถึงการทำงานในละครดังกล่าว รวมถึงการลดบทบาทการแสดง ไม่ยึดติดบทพระเอก และการผันตัวจากคนเบื้องหน้าสู่เบื้องหลัง

เรื่องนี้ รับหลายหน้าที่ ทั้งเขียนบท กำกับฯ และแสดงด้วย?
เอก – “ครับ เรื่องนี้ผมเขียนบทประพันธ์ เขียนซีนบทโทรทัศน์บางซีน ลงกำกับฯ และลงแสดงเอง นอกจากนี้ก็ยังร้องเพลงประกอบละคร ถ่ายรูปฟิตติ้ง รูปฉาก ดูแลคิวบู๊ก็ทำเอง ทำหลายหน้าที่เลย เพราะเราเองเคยเป็น นักแสดง พอได้มาทำงานเบื้องหลัง อะไรที่ตั้งใจว่าอยากจะทำ พอมีโอกาสก็อยากทำหลายหน้าที่ที่มีโอกาสได้ทำ แล้วเราก็จะรู้ว่าอะไรที่นักแสดงต้องการ หรือทีมงานน่าจะติดขัดตรงไหน ก็พยายามอุดรอยรั่วตรงนั้นให้มากที่สุด ผมอยากให้ทุกคนมาทำงานแล้ว มีความสุข ถ้าทุกคนมีความสุขการทำงานไม่มีปัญหา ผลงานก็จะออกมาดี ซึ่งตอนนี้เรียกว่าคุ้มกับที่ทำมาทั้งหมดครับ”

ละครเรื่องนี้จะแตกต่างจากละครบู๊เรื่องอื่นยังไง?
เอก – “เรื่องนี้จะมีการซ่อนปม ซึ่งต้องตามดูว่าอะไรเป็นจุดเฉลยของเรื่อง แต่ความบู๊ความมันยังเหมือนเดิม อาจจะมากขึ้นด้วย มีฉากที่เราสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ”

ทำไมถึงเลือกลงแสดงเอง?
เอก – “จริงๆ เคยประเมินกันเรื่องที่แล้วว่ามันหนักมากเวลาเข้าภาคสนาม แล้วยิ่งเราอยู่หน้ากล้องเป็นนักแสดงด้วย ก็ค่อนข้างคอนโทรลยาก อย่างบางครั้งเราอยู่หน้ากล้องเอง มันก็ยังไม่ได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งก็เจอแฟนๆ ถามหาว่าไม่เห็นหน้าเลย เลยตัดสินใจว่าเล่น แต่ออกไม่เยอะ ก็ยังคงพาร์ตบู๊ เพราะแฟนๆ ก็รอเรา ก็อยากทำให้เขาสมหวัง โดยเรื่องนี้ผมรับบทเป็น ‘ฟ้าคำราม’ เป็นคนที่ผดุงคุณธรรม เป็นฮีโร่อีกตัวที่เข้ามา คาแร็กเตอร์เป็นคนบ้าๆ บอๆ”

บู๊จัดหนักจัดเต็ม?
เอก – “รับรองว่าเรื่องนี้จะไม่เคยเห็นผมปรากฏในการแสดงของตัวผมมาก่อนเลย สร้างความแปลกใหม่ให้แฟนๆ แน่นอน เขามีอาวุธที่แปลกและแหวกแนว”

เป็นการทำงานที่หนักและยาก?
เอก – “ยากครับ ยากในทุกๆ วันที่ออกกองถ่าย มีอุปสรรคเยอะมาก แต่ก็แปลกตรงที่เวลาทำงานเสร็จไม่ได้เหนื่อยหน่าย ท้อแท้ กลับมีความสุขด้วยซ้ำในทุกๆ วันที่ทำงาน เวลาที่เราได้เห็นตัวหนังสือในบทละครมีชีวิตชีวามากขึ้น เราได้เห็นทุกวินาทีที่นักแสดงได้เล่นเลยรู้สึกผูกพัน ความเหนื่อยกลายเป็นความสุขทำให้เราอยากมาทำงานทุกวัน”

เคมีพระ-นางเข้ากันดี?
เอก – “มีการพัฒนาตั้งแต่ไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบกันเลย ไม่มีแนวโน้มจะชอบกันด้วย หลากหลายอารมณ์ครับระหว่างพระ-นาง และมีความหลากหลายในสิ่งที่คนดูยังไม่เคยเห็น เป็นการแสดงของทั้งสอง ในรูปแบบที่ต่างกันออกไป ก็จะเห็นกันในลุกส์ใหม่ คาแร็กเตอร์ใหม่ อย่างนางเอกต้องปลอมตัวเป็นผู้ชาย ก็จะเห็นฮาน่าพูดจาในลักษณะที่เปลี่ยนไป เฮฮา นักเลงโต แต่สิ่งหนึ่งที่ตั้งใจเป็นอย่างแรกในการให้นางเอกมาเล่นเรื่องนี้คืออยากให้เขาได้เปลี่ยนคาแร็กเตอร์ ส่วนบูม กิตตน์ก้อง เขาจะเป็นคนที่แข็งแรงมาก มีเสน่ห์มากในบทเขาจะหวานมาก แล้วเขาสามารถหวานจนทีมงานในกองถ่ายระทวยกันไปหมดเลยกับรอยยิ้มของพระเอก”

ได้ลงมือไปสอนวิชาบู๊กับตัว?
เอก – “ไม่ถึงขั้นนั้น แค่ให้คำแนะนำว่าอยากได้ประมาณไหน ในช่วงแรกๆ ว่านางเอกเป็นผู้หญิงห้าว แต่เขาก็จับคาแร็กเตอร์ได้ ผมมั่นใจว่าแต่ละคนเขามีความเป็นตัวละครตัวนั้นเต็มเปี่ยมแล้ว ส่วนเรื่องบู๊พระ-นางเขาจัดเต็ม เก่งกันทั้งสองคนอยู่แล้วลุยได้ตลอดทั้งเรื่องเลย”

เลิฟซีนดุเดือดขนาดไหน?
เอก – “แน่นอน ถึงเนื้อถึงตัวครับ มีฉากเลิฟซีนน่ารักๆ ให้ได้ดูกัน รับรองว่าหวานครับครั้งนี้ก็เป็นรอบที่สองที่เขาทั้งคู่ได้มาเล่นด้วยกัน ผมมั่นใจว่าทั้งคู่มีเคมีเข้ากัน เรียกว่าเป็นคู่ขวัญกันได้เลย เขามีสัญชาตญาณครับ เวลาเขามอง รับส่งอารมณ์ไม่ติดไม่ขัดอะไรเลย ทั้งๆ ที่หลังกล้องเขาก็เป็นเพื่อนกัน คุยกันอีกแบบหนึ่ง แต่พอเข้าฉากก็เปลี่ยนมาเป็นตัวละครตัวนั้นได้”

มีซีนไหนที่ชาลเลนจ์เป็นพิเศษ?
เอก – “เราจะเห็นในตัวอย่างที่มีไฟล้อมตัวม้า ที่มีโน้ต วัชรบูล เล่น อันนั้นเป็นไฟจริงๆ ก็ค่อนข้างยาก จะทำยังไงให้ดูสมจริงสมจังแล้วก็เซฟ ยากพอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นฉากม้าครับ มันจะมีรถกับม้าวิ่งไล่กัน ฉากพวกนี้มีความเสี่ยงพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงและสแตนด์อินเขามีความเสี่ยงในการแสดงทุกๆ ครั้ง ประมาทไม่ได้”

นักแสดงใจสู้?
เอก – “ผมว่าเขาสนุกกันมากกว่า เขาไม่ได้บู๊กันหมดทุกคน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนักแสดงที่เรามั่นใจว่าเขาจะบู๊ได้ อย่างน้องเกรซ ฮาร์เปอร์ ใหม่แกะกล่องไม่เคยผ่านการบู๊มาเลย แต่น้องก็สามารถจะอยู่ในละครบู๊ได้ด้วยความตั้งใจ ก็จะได้เห็นน้องครั้งแรก น้องเขาทำฉากดราม่าได้ดี คอมเมดี้ก็ทำได้ดี ถือเป็นน้องใหม่อนาคตไกล”

ตอนนี้ถือว่าสลัดคราบพระเอกไปแล้ว?
เอก – “บทที่เล่นก็เป็นบทพระเอกนะ เป็นพ่อพระเอก เป็นลุงพระเอก (ยิ้ม) ไม่ได้ยึดติดแล้วครับ ก็พัฒนาตามบทบาท ตามอายุไป ต้องมีน้องๆ ขึ้นมา ตอนนี้มีความสุขกับการทำงานเบื้องหลัง ก็มีเบื้องหน้าบ้าง”

เสียดายไหมที่ต้องมาทำงานเบื้องหลัง?
เอก – “ไม่ครับ เราจะเลื่อนจากหน้าจอไปอยู่เบื้องหลัง จะไปเป็นลุงหรือพ่อก็ไม่หนักใจ มันเป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติของงาน ดีซะอีกที่น้องๆ รุ่นใหม่ได้ขึ้นมาแล้วเราได้มีโอกาสผลักดัน ได้ใช้ประสบการณ์ช่วยเหลือน้องๆ จากใจจริงเลยมันมีความสุขมากที่ได้ทำตรงนี้ และยังมีประโยชน์อยู่”

มีช่วงเวลาที่หวนนึกถึงตอนเป็นพระเอก?
เอก – “คือมันเป็นวาระและหน้าที่ เราผ่านมาหมดทุกอย่างแล้ว ได้ทำมาหมดทุกรูปแบบ ที่สำคัญเราทำเต็มที่ก็ไม่ได้นึกเสียใจ โดยเฉพาะเมื่อได้ร่วมงานกับอาฉลอง ภักดีวิจิตร นี่ก็เป็นสิ่งที่ประทับใจในชีวิตนักแสดงสูงสุดแล้วครับ เราได้เล่นละครกับคุณอา ได้ทั้งชื่อเสียง ความรู้ ที่ผ่านมาไม่รู้สึกผิดหวัง รู้สึกภูมิใจด้วยซ้ำว่าเราได้ทำมันเต็มที่แล้ว ก็ต้องหมดวาระไป ทีมงานใหม่ คนรุ่นใหม่ต้องขึ้นมาแทน”

ความยากก็เพิ่มอีกระดับในการพิสูจน์ตัวเอง?
เอก – “ใช่ๆ มันจะมีความยากมากขึ้น ก็เป็นระดับการทำงานที่หนักขึ้นเมื่อเราตัด สินใจจะมาทำงาน แต่เรามั่นใจว่าเราพร้อม อย่างอื่นพวกวิชาความรู้มันหากันได้ ซึ่งตัวผมเองก็ต้องศึกษาพัฒนาตัวเองต่อไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเรื่องหัวใจนั้นพร้อมครับ พร้อมจะรับเรื่องหนักๆ อย่างสุดกำลัง”

การทำงานเบื้องหน้ากับเบื้องหลัง แบบไหนเครียดกว่ากัน?
เอก – “พอๆ กันครับในช่วงเริ่มต้น ก่อนที่ผมเป็นนักแสดงก็เครียดมาก บทแค่บรรทัด 2 บรรทัดใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลย นี่ก็เหมือนกัน เราเพิ่งเป็นคนเบื้องหลังหน้าใหม่ ยังต้องศึกษาและระวังทุกครั้งที่ออกทำงาน ต้องมีความรัดกุมในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ทั้งวันมันไม่สูญเปล่า ต้องระวังทุกครั้งในการใช้จ่าย แต่โดยรวมแล้วไม่เครียดนะ สนุก”

ระหว่างการทำงานเจอคนด่า ตำหนิบ้างไหม?
เอก – “จะมีบ้างเจอคนด่าในสื่อ มีคนวิจารณ์มันเป็นเรื่องปกติที่มีคนชอบ คนไม่ชอบ เราก็ได้เรียนรู้ ปรับหัวใจตั้งแต่การเป็นนักแสดง มันก็มีคนบอกนะว่าผมสูงเกินไป เป็นพระเอกไม่ได้หรอกจะหาใครประกบ เราก็ฝ่าฟันตรงนั้นมา เราก็เล่นกล้ามหาวิธีทำให้มันดูไม่สูงแต่ก็ดูมีคนชอบนะ บางคนบอกดูเป็นพระเอกไทย ตัวใหญ่ ธรรมดาครับ คิดว่าที่เดินทางมาถึงทุกวันนี้มันก็ดีมากแล้ว คือก่อนหน้านี้เราไม่มีความสามารถด้านการแสดงเลย แล้วปัจจุบันได้มาเป็นนักแสดงได้มาเป็นพระเอกของ อาฉลอง ภักดีวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ ผมมาได้ไกลเกินจนเพื่อนๆ งง ผมจำไม่ลืม”

อาฉลอง ภักดีวิจิตร ให้โอกาสมาเยอะ?
เอก – “ผมว่าทั้งชีวิตของการเป็นนักแสดงเลย ร่วม 20 ปี นึกไปนึกมาก็เห็นแต่คุณอาฉลอง ภักดีวิจิตร ที่ท่านดุด่า ว่ากล่าว แทบจะเป็นพร เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เด็กชายเอกคนหนึ่งได้เป็นนักแสดงกับเขาได้ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านต้องเสียเวลากับผมมากในการที่จะสอน แก้ไข ตั้งแต่ผมไม่ได้เรื่อง”

ทางช่องเน้นคุณภาพงานมากกว่ายอดฟอลโลว์คนทำงาน?
เอก – “ถ้าจะพูดถึงตัวผมแล้ว อันนี้เป็นปณิธานที่ตั้งใจไว้ว่าเราจะทำโอกาสที่ทางสถานีมอบให้ไม่มีอะไรผิดพลาด ให้ประสบความสำเร็จสูงสุด ตั้งใจแค่นี้จริงๆ อย่างอื่นไม่ได้นึกเลย ยังไงก็ฝากติดตามละคร กล้า ผาเหล็ก ทุกวัน พุธ-พฤหัสฯ ทางช่อง 7 HD เวลา 20.30 น. ด้วยครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน