วันที่ 17 พ.ค. เอเอฟพีรายงานว่า เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรีหรือแอนเฟรล (ANFREL) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ย้ำว่าประเทศไทยควรมีรัฐบาลที่สะท้อนเจตจำนงประชาชน หลังพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และบรรดาพรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เผชิญกับแรงต่อต้านจากบรรดาวุฒิสมาชิก แถลงการณ์ยังแสดงความชื่นชมต่อปริมาณผู้ออกมาใช้สิทธิเกือบร้อยละ 75 และว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นับว่าโปร่งใสกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 “แอนเฟรลหวังว่าการเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้นจะยังผลลัพธ์ให้เกิดรัฐบาลที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน”
ทั้งนี้ แอนเฟรล มีผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งในการเลือกตั้งของไทย 41 คน เดินทางไปเฝ้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งและนับคะแนนที่คูหา 460 แห่ง ใน 51 จังหวัด โดยระบุว่าการเลือกตั้ง ล่าสุดของไทยนั้นราบรื่นและเป็นระเบียบเรียบร้อยดี แต่มีข้อกังวลที่มากที่สุดเป็นเรื่องการซื้อเสียง
ขณะเดียวกัน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ ออกแถลงการณ์เรื่อง พรรคการเมืองต้องสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากฉันทามติประชาชน ร่วมปิดสวิตช์ ส.ว. ระบุ 14 พ.ค. 66 ประชาชนกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และเป็นที่ประจักษ์ ก.ก.คือพรรคที่ได้เสียงสนับสนุนให้เป็น นายกฯ มากที่สุด ไม่น้อยกว่า 14 ล้านเสียง และมีว่าที่ส.ส. 152 คน สามารถประสานร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ 5 พรรค จากเสียงประชาชนไม่น้อยกว่า 24 ล้านเสียง รวม ส.ส. 310 เสียง เป็นเสียงข้างมากที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
พีมูฟมีข้อเรียกร้องไปยังส.ว. และพรรคการเมือง 1.ส.ว.ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนสนับสนุนนายกฯที่มาจากเสียงข้างมากในสภา 2.ว่าที่ส.ส.จากทุกพรรคต้องสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตย ยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯที่มาจากเสียงข้างมากในสภา 3.ในวาระครบรอบ 31 ปีเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 การเมืองไทยควรขับเคลื่อนไปข้างหน้า สู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร่งด่วน ขอเตือนพรรคการเมืองและส.ว.อย่าเล่นเกมการเมืองบนผลประโยชน์พวกพ้อง โดยไม่เคารพเจตจำนงกับความมุ่งหวัง ของประชาชน