เปิดประสบการณ์ต่างแดนครั้งใหม่กับธนาคารกรุงไทย พาไปศึกษาดูงานระบบ e-Service ที่สาธารณรัฐเอสโตเนีย ครั้งแรกในชีวิต
ได้ยินชื่อ ‘เอสโตเนีย’ แล้วยังไม่ค่อยคุ้นหู ว่าอยู่ส่วนไหนของแผนที่โลก ถามพี่ Google ดูคร่าวๆ เอสโตเนียเป็นประเทศเล็กๆ มีพื้นที่ประมาณ 45,227 ตารางกิโลเมตร หรือพอๆ กับเชียงใหม่-นครราชสีมา-กระบี่ รวมกัน ตั้งอยู่ทางทวีปยุโรปเหนือ และเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู)

โปรแกรมเดินทางปลายเดือน มี.ค. ตรงกับช่วงที่เอสโตเนียเริ่มปรับเวลาเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เวลาจะเดินช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง นับตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของเดือน มี.ค. และสิ้นสุดลงในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ต.ค.ของทุกปี อากาศค่อนข้างเย็นสบาย อาจมีเฉอะแฉะในช่วงที่ฝนตก หรืออาจเกิดน้ำท่วมบ้างเล็กน้อย
ส่วนเดือนที่เหลือเป็นช่วงฤดูหนาวจะเป็นเวลาสากล ซึ่งจะเดินช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง

งานนี้เหมือนได้หนีร้อนไปพึ่งเย็น เพราะปลายเดือน มี.ค.เป็นช่วงปลายหนาว อุณหภูมิเฉลี่ย 0-6 องศาเซลเซียส มีฝนสลับหิมะตกเบาๆ พื้นที่บางส่วนยังถูกปกคลุมด้วยหิมะที่เริ่มละลาย ท่ามกลางอุณหภูมิเมืองไทยร้อนปรอทแตก 38-40 องศาเซลเซียส ทริปนี้จัดเต็มคอลเล็กชั่นกันหนาวต้องเข้า แพ็กกระเป๋า 2 ใบเอาอยู่

ตื่นเต้นที่ไม่ได้ออกไปเห็นบ้านเห็นเมืองอื่นมาหลายปี ตั้งแต่โควิดระบาด แถมยังได้ไปประเทศที่ใช่ว่าจะมีโอกาสไปกันบ่อยๆ นั่งนับวันรอจนถึงวันเดินทาง มาถึงสนามบินตั้งแต่ตี 3 ก่อนเวลาที่คณะนัดหมายพร้อมเพรียงกันตี 4 ไม่นานก็เสร็จครบจบทุกขั้นตอนเข้าไปนั่งรอเรียกขึ้นเครื่องชิลชิล สักพักทั้งคณะได้รับแจ้งจากสายการบินต่างชาติว่า เครื่องบินไฟลต์นี้ที่จะเดินทางสู่สนามบินเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์ เป็นสนามบินปลายทางแรกที่เราต้องลงและต่อเครื่องเพื่อเดินทางไปยังเอสโตเนีย ล่าช้ากว่ากำหนดที่ต้องออกเดินทางในเวลา 07.15 น. และเอาเข้าจริงกว่าเครื่องจะออกก็ปาเข้าไป 8 โมงกว่า
สัญชาตญาณรู้ได้ทันทีว่า คณะเราจะตกเครื่องที่เฮลซิงกิเพื่อไปเอสโตเนีย แบบไม่ต้องลุ้น ด้วยเส้นทางที่ต้องบินอ้อมน่านฟ้ารัสเซียใช้เวลา 12 ชั่วโมง หลับๆ ตื่นๆ ถึงสนามบินเฮลซิงกิ 16.23 น. จากกำหนดการเดิมจะต้องถึง 15.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น เรียกว่าดีเลย์เป็นชั่วโมง

ถึงเฮลซิงกิตรงกับเวลาประเทศไทย 20.23 น. หิ้วท้องร้องกระสับกระส่าย เพราะสายการบินเสิร์ฟอาหารบนเครื่องแค่มื้อเดียวด้วยออมเล็ต มะเขือเทศย่างเนยกับบร็อกโคลี่ สลัดผักถ้วยกระจิริด และขนมปังทาเนยตั้งแต่มื้อเช้าหลังเครื่องออกเดินทาง ได้แต่นั่งจิบน้ำแขวนท้องมาตลอดทาง จนได้กินขนมห่อเล็กๆ ก่อนเครื่องจะลงชั่วโมงครึ่ง

เสียเวลาหาไฟลต์บินใหม่ที่จะสามารถพาคณะเราไปพร้อมกันได้ในเที่ยวบินเดียวอยู่นานสองนาน สุดท้ายต้องนั่งเรือข้ามทะเลบอลติกจากเฮลซิงกิไปสู่เอสโตเนียแทน..หะ! อะไรนะ? นั่งเรือข้ามทะเลบอลติก!.. ตาสว่างเป็นประกาย จุดไฟในตัวลุกโชนขึ้นมาทันที..ทั้งตื่นเต้นทั้งตกใจ นี่ไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทาง
โอมายก๊อด! แปลว่า เราจะได้ก้าวเท้าออกไปเหยียบแผ่นดินฟินแลนด์ แถมยังได้แวะกินมื้อค่ำที่ร้านอาหารไทยไม่ไกลจากท่าเรือตั้งแต่มื้อแรกที่ไปถึง เป็นการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าที่ฮีล (Heal) ใจ หายเหนื่อยหายเมื่อยหายหิวหายง่วงได้ชั่วขณะ

ไม่อยากละสายตากับการดื่มด่ำบรรยากาศ พระอาทิตย์กำลัง จะลับขอบฟ้าที่ฟินแลนด์ พื้นหิมะสีขาวโพลนอาบแสงสีทอง สาดส่องบอกลา ความมืดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาแทนที่ อากาศหนาวเย็นขึ้นเป็นอีกเท่า มือปากหน้าแดงชาเกือบไร้ความรู้สึก ผู้คนบางตา รถสัญจรไปมาไม่ค่อยพลุกพล่าน เพราะอากาศหนาว คนไม่ออก ไปไหน
เป็นเวลาแห่งความสุขสั้นๆ เพราะคณะต้องเร่งทำเวลามื้อค่ำให้อิ่มอุ่น แล้วรีบออกเดินทางไปขึ้นเรือ
ถึงท่าเรือแล้ว ต้องว้าว! ไม่หยุด เพราะคิดในใจมาตลอดทางว่าได้นั่งเรือเฟอร์รี่ก็หรูแล้ว แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า..นี่มันเรือสำราญลำมหึมาราวตึกสูง 10 ชั้น! เลยต้องจินตนาการใหม่ว่าได้นั่งเรือ ไททานิค เล่นใหญ่รัชดาลัย กับกระเป๋าสัมภาระ 2 ใบ พร้อมเป้สะพายหลังถูลู่ถูกังหอบร่างขึ้นเรือไปได้ทันเวลา

ยิ่งเข้าไปภายในเรือยิ่งอลังการ ทั้งห้างสรรพสินค้า ดิวตี้ ฟรี โรงแรมที่พัก ผับ/บาร์ กาสิโน ร้านอาหาร/ฟาสต์ฟู้ด โรงหนัง แหล่งรวมความบันเทิงครบครัน ที่จอดรถยนต์ได้อีกไม่รู้กี่คัน อย่างกะยกห้างยักษ์ในเมืองไทยทั้งตึกมาไว้ที่นี่

เป็นการเดินทางข้ามทะเลบอลติกด้วยเรือสำราญครั้งแรกในชีวิตด้วยค่าตั๋ว 20 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 700-800 บาท กับ 2 ชั่วโมงที่คุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นปกติของคนแถบนี้ที่นั่งเรือท่องเที่ยวกันอยู่แล้ว

บอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาและระยะทางสั้นๆ ที่ฟินแลนด์..ฟินใจ ขอบันทึกไว้เป็นความทรงจำที่เล่าอีกกี่ครั้งก็ยังสนุก
4 ทุ่มตามเวลาท้องถิ่น ถึงแล้ว! ‘เอสโตเนีย’ เป็นเวลาตี 2 ของเมืองไทย และเป็นเวลาเดียวกับวันแรกที่ออกเดินทางจากบ้านไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอนตี 3

โอ้ว! แดจาวู…ดูเวลาแล้วเข่าอ่อน นี่เราไม่ได้นอนน็อกรอบ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องแปลกใจที่คืนแรกใน ‘เอสโตเนีย’ จะหลับสนิทแบบไม่มีอะไรกั้น
ฝันดี…ราตรีสวัสดิ์
แล้วพบกันใหม่…โปรดติดตามตอนต่อไป
พรพิมล แย้มประชา