อาคม รมว.คลังชี้งบประมาณปี 2567 ให้รอรัฐบาลใหม่มาเคาะเอง แนะควรทำนโยบายคลังแบบมุ่งเป้าและนโยบายรัฐสวัสดิการก็ยังมีความจำเป็น

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวถึงการจัดทำงบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้า ว่า คงต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาดูงบประมาณ ซึ่งตามปฏิทินก็ต้องเริ่มมีการจัดทำแล้ว รัฐบาลใหม่ก็ต้องเข้ามาดูว่ามีส่วนไหนจะมีการปรับปรุงอย่างไร ส่วนมาตรการที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็มีการดำเนินการตามกฎหมายรอบปี 2564-2565 ก็มีการลงทะเบียน จ่ายเงินไปหมดแล้ว ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลใหม่

ขณะที่การทำนโยบายรัฐสวัสดิการก็ยังมีความจำเป็น ควรทำนโยบายการคลังที่มุ่งเป้ากลุ่มที่มีความเดือดร้อน การให้ช่วยเหลือแบบกว้างขวาง ส่วนมีความกังวลต่อนโยบายรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ ยังไม่รู้ ต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาก่อน

นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า สำนักงบฯ คาดว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศประมาณช่วงเดือนส.ค.2566 จากนั้นสำนักงบจะประสานรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเริ่มขั้นตอนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ใหม่ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้ได้ตัวเลขกรอบการจัดทำงบประมาณที่สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลใหม่

ทั้งนี้ การจัดทำกรอบวงเงินงบประมาณ 2567 ต้องดูตัวเลขรายรับรายจ่าย และการเติบโตของเศรษฐกิจไทยควบคู่กันไปทั้งหมด รวมทั้งคำของบประมาณจากหน่วยงานราชการในปี 2567 ที่ต้องให้ส่งเข้ามาใหม่ด้วย คาดการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2567 จะล่าช้าไปกว่ากำหนดเดิมประมาณ 6 เดือน ซึ่งสำนักงบประมาณได้เตรียมการจัดทำงบประมาณไปพลางก่อนซึ่งมีวงเงินเบิกจ่ายได้ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท

สำหรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุนที่ตาม พ.ร.บ.งบประมาณกำหนดว่าจะต้องมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% หรือปี 2567 มีวงเงิน 6.7 แสนล้านบาท หรือสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% ของงบประมาณทั้งหมด หากรัฐบาลใหม่จัดสวัสดิการด้วยงบประมาณจำนวนมากอาจจะกระทบกับกรอบงบประมาณเพื่อการลงทุน ต้องมีการจัดสรรงบประมาณทดแทนเพื่อไปทำโครงการอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกับการลงทุนของภาครัฐซึ่งถือว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มีงบฯ ลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน