นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ล้นหลามมากกว่าร้อยละ 75 โดยเฉพาะการตื่นตัวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผลอย่างไม่เป็นทางการพรรคก้าวไกลมีจำนวนส.ส.มากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมี ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล รั้งตำแหน่งว่าที่นายกรัฐมนตรี และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใน ขณะนี้
กลุ่มนิสิตนักศึกษาเยาวชนคนรุ่นใหม่มีสิ่งใดอยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่และนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 30

เริ่มที่ แยม น.ส.วิชญา ธนานันต์ นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่าสิ่งที่มุ่งหวังต่อ คณะรัฐบาลชุดใหม่คือการนำพาประเทศไป อยู่ในจุดที่ดีขึ้น ก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่า จะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม สิทธิของประชาชน สุขภาพ รับฟังเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เล็งเห็นความทุกข์ยากของประชาชนแล้วเร่งแก้ไข เช่น ปัญหาด้านการเกษตร ปัญหาของม็อบชาวนาภาคอีสาน ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ ค่าไฟฟ้า ค่ารถโดยสารค่ารถไฟฟ้า ปัญหาคอร์รัปชั่น และความเป็นประชาธิปไตยอย่างที่ควรจะเป็น

“การรัฐประหารไม่ควรเกิดขึ้นอีก ประชาชนต้องมีสิทธิต่อต้านรัฐประหารและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลสนับสนุนการศึกษาของเยาวชน ขจัดความเหลื่อมล้ำ ทุกเรื่องที่กล่าวมาอาจจะ ไม่ง่าย แต่คาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” แยมกล่าว
สำหรับมุมมองต่อ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีในขณะนี้ แยมเผยว่า “รู้สึกมีความหวังมากขึ้นค่ะ ชื่นชอบความคิดและนโยบายของพรรคก้าวไกล ความคิดในการประนีประนอม ความพยายามปรับให้เป็น กลางทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นก่อนสามารถอยู่ร่วมกันได้ รวมถึงนโยบายที่ทำให้ประชาชน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พวกเราประชาชน คาดหวังว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจาก นายกฯ คนใหม่นี้”

ซัน นายศุภกร เสมอวงษ์ นิสิตชั้นปี ที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เผยความรู้สึกที่มีต่อ ทิม พิธา ว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นยินดีและมี ความหวัง จากพรรคฝ่ายค้านที่คอยสอดส่องความผิดปกติของรัฐบาลมาตลอด 4 ปี กลายเป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาล ขึ้นมาอยู่บนสปอตไลต์ที่ทุกสายตาจับจ้อง จากการนำเสนอนโยบายที่แตกต่างทำให้ผมอยากรู้ว่าว่าที่นายกฯ คนนี้จะเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างไรในเมื่อต้องแบกความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ไปพร้อมกับต้องทำให้คนรุ่นก่อนเข้าใจถึงการยกเลิกขนบเดิมเพื่อให้ประเทศเดินหน้าพัฒนาต่อ”

“สิ่งที่คุณพิธาวาดฝันไว้จากการปราศรัยกลายเป็นความคาดหวังของประชาชนคนทั้งประเทศ ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าว่าที่นายกฯ คนนี้จะนำพาประเทศและความคาดหวังของประชาชนไปได้ไกลมากแค่ไหน ผมต้องการให้คุณพิธาบริหารประเทศให้ดีขึ้น เอาประเทศไปอยู่ในจุดที่ควรอยู่ ไม่อยากได้ยินว่าประเทศเป็นหนี้เพิ่ม จัดสรรงบประมาณให้สมเหตุผล ทำให้ภาษีประชาชนทุกบาททุกสตางค์ใช้ไปอย่างถูกต้อง และทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ กับประชาชน เซ็ตซีโร่สร้างมาตรฐานใหม่ให้การเมือง” คือความคาดหวังของซัน
ด้าน 3 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พลอยใส น.ส.อุบลรัตน์ เฟื่องฟูลอย คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 กล่าวว่าอยากให้รัฐบาลใส่ใจและสนับสนุนเรื่องสิทธิสตรี เช่น สวัสดิการบริการผ้าอนามัยและวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี สิทธิความหลากหลายทางเพศ สิทธิแรงงาน แก้ปัญหาจราจร ขนส่งสาธารณะ ปัญหาหนี้สินของคนไทย มุ่งกระจาย รายได้ ขจัดความเหลื่อมล้ำ

“โลกเราเปลี่ยนไปแล้ว พัฒนาขึ้นไปในทุกๆ วัน ไม่อยากให้ผู้ใหญ่มองเราว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม อยากให้มองว่าเราเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่ง และทำความเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องการพัฒนาและนำพาประเทศไปสู่จุดที่ดีขึ้น” พลอยใสกล่าว
พลอยใสกล่าวถึงว่าที่นายกฯ คนใหม่ด้วยว่า “ขอบคุณคุณทิม พิธา ที่สู้มาขนาดนี้ ทุกการกระทำของคุณเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนว่าถ้าเราสู้เราจะสำเร็จ คุณทำให้ประเทศที่สิ้นหวังกลับมา มีความหวังอีกครั้ง”

ขณะที่ จะจิง น.ส.ไปรยา กานิล คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มุ่งหวังให้รัฐบาลหันมาดูแลเรื่องการศึกษาในโรงเรียน สอดแทรกความรู้ด้านสายอาชีพมากขึ้น เด็กจะได้ตามหาความฝันได้เร็ว ส่งเสริมอาชีพให้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสื่อ สื่ออยู่ในทุกๆ อย่างในชีวิตประจำวัน แต่กลับมีรายได้น้อยมาก อีกหนึ่งเรื่องคือความเท่าเทียมทางเพศ สังคมชายเป็นใหญ่ควรหมดไปได้แล้ว ทุกเพศทำงานทุกอย่างได้เหมือนกัน ทั้งด้านแรงงานและปัญญา ไม่ควรให้สิทธิใครมากกว่าใครเพียงเพราะเพศสภาพ อยากให้ส่งเสริมและไว้ใจให้คนรุ่นใหม่พัฒนาและพาประเทศไปในจุดที่ดีขึ้น
“คุณทิม พิธา เป็นนักการเมืองคนหนึ่งแต่ทำให้เรารู้สึกว่าเข้าถึงได้เหมือนเป็นเพื่อนของเรา อยากสนับสนุนและส่งเสริม อยากให้เข้ามาพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง” จะจิงกล่าว

ปิดท้ายที่ นัท นายณัฐดนัย โรจนหัสดินทร์ คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 กล่าวว่าอยากให้รัฐบาลแก้ไขเรื่องสิทธิแรงงาน สนับสนุนแรงงานข้ามชาติควรได้รับสิทธิคุ้มครองเทียบเท่าแรงงานในประเทศ
สำหรับว่าที่นายกฯ คนใหม่ นัทกล่าวว่า “จากที่เราเลือกตั้งกันมา นี่เพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้น หลังจากนี้คุณทิมต้องสู้กับปัญหาอีกมากมาย ประชาชนคงเอาใจช่วยและส่งแรงใจให้คุณทิมสู้ต่อไป”

“อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองลองเปิดใจและเคารพเสียงส่วนมากตามหลักประชาธิปไตย การเลือกตั้งครั้งนี้เราไม่ได้เลือกคุณทิมที่ตัวบุคคล แต่เราเลือกเพราะการกระทำและอุดมการณ์ อยากให้ทุกคนลองไว้ใจและรอดูไปพร้อมๆ กัน หากไม่มีการพัฒนา อีก 4 ปีเราค่อยมาเลือกตั้งกันใหม่” นัทกล่าวทิ้งท้าย