หลังร่วมกันเปิดค่าย Vom Records แล้ว ‘โอ๊ค’ พงศ์พันธ์ พลสิทธิ์ มือเบสวง “Big Ass” และ ‘สมเมย์’ ณัฐนนท์ ศรีศรานนท์ มือกลองวง “Labanoon” ก็ได้ผุด NOW OR NEVER โปรเจ็กต์แรกของค่าย รวบรวมศิลปินร็อกและเมทัล 8 วง ได้แก่ G6pd, Tragedy of Murder, UGOSLABIER, Empty Glass Means Nothing (EGMN), RITALINN, HAREM BELLE, BORN FROM PAIN และ Last Dream กลับมาทำเพลงอีกครั้ง เพื่อผลักดันและพัฒนาวงการเพลงสายเมทัล ให้กลับเข้าสู่กระแส และยกระดับมาตรฐานของวงการให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

สำหรับ NOW OR NEVER1 ใช้เวลา 3 ปี กว่าที่โปรเจ็กต์จะสำเร็จ โดยมีกำหนดวางจำหน่ายผลงาน 9 มิ.ย.นี้ ซึ่งการผลิตทาง Vom Records ได้ทำงานร่วมกับ Chiva Record บริษัทรับผลิตและจำหน่ายแผ่นเสียงชื่อดัง

วันนี้เราจะพาไปพูดคุยกับ 2 ผู้บริหาร โอ๊ค และ สมเมย์ ถึงการทำงานโปรเจ็กต์ดังกล่าว

◆ เป็นยังไงบ้างกับการทำค่ายและโปรเจ็กต์นี้ จากวันแรกจนถึงวันนี้ 3 ปีแล้ว?
โอ๊ค – “เป็นจังหวะนรกมาก เปิดตอนแรกเจอโควิดเลย ตอนนั้นกำลังคิดว่าปล่อยเพลงแล้วจะมีงานโชว์เป็นทัวร์ แต่พอเจอโควิดทุกอย่างล็อกหมด ทำอะไร ไม่ได้เลย แต่เราก็ต้องประคอง ในเมื่อสัญญากับทุกๆ วงไว้แล้วว่าจะทำให้เสร็จ แต่มันลำบากมาก ไหนจะเรื่องการเจอกัน เรื่องของทุน เพราะถ้าจัดงานอาจจะได้อะไรกลับคืนมา แต่สุดท้ายไม่มีอะไรกลับคืนมาเลย ไม่สามารถออกไปเล่นอะไรได้ ต้องหาวิธีการทุกอย่าง ทำยังไงก็ได้ให้อัลบั้มนี้สำเร็จ ต้องขอบคุณศิลปินทุกคนที่อดทนทำงานและอยู่ในสภาพการทำงานที่ลำบาก แต่พวกเขาก็สู้จนอัลบั้มนี้เสร็จขึ้นมา”

◆ ตอนนี้ถือว่าสำเร็จแล้ว?
สมเมย์ – “ก็ดีใจ จริงๆ โปรเจ็กต์นี้เริ่มต้นจากที่เราเอาศิลปินที่เคยมีฐานแฟนเพลงอยู่แล้ว หมดสัญญาจากค่ายเก่า มาอยู่ค่ายเรา เราก็เอากลับมาทำใหม่ และตั้งชื่อโปรเจ็กต์นี้ว่า NOW OR NEVER มีทั้งหมด 8 วง 8 เพลง”

โอ๊ค – “อย่างที่รู้ว่าแนวนี้ค่อนข้างจำกัดเฉพาะกลุ่ม แล้วมันไม่สามารถจะหาเลี้ยงชีพได้ในการเล่นดนตรี เขาก็ต้องทำงานอย่างอื่นไปด้วย ทำให้การทำงานแต่ละวงไม่ต่อเนื่อง เราก็เลือกที่เราคิดว่าเป็นตัวเจ็บจริงๆ ก็ลองมาคุยกับเขาแล้วพยายามดันเขาออกมา ก็เลยเป็น 8 วงนี้”

สมเมย์ – “จริงๆ บางวงเราเคยร่วมงานกันแล้ว เราจะคัดจากตรงนั้นส่วนนึง บวกกับที่วันนี้ทุกคนมีพลังงานอยากเดินต่อกับเรา เหมือนได้กลับมาหาเพื่อน ทุกวันนี้ทุกคนมีพลังงานอยากจะทำงาน อยากจะเดินต่อ เป็นพลังงานเดียวกัน อยู่ที่ว่าวันนี้วงนี้พร้อม ก็เลยคัดสรร มาได้ 8 วงนี้มาอยู่ในโปรเจ็กต์แรก”

◆ ทำไมถึงคิดทำค่ายเพลงแนวเมทัล?
สมเมย์ – “หลายคนที่รู้จักค่ายจะคิดว่าเป็นค่ายเมทัลครับ คือจริงๆ ผมกับพี่โอ๊คชอบเพลงแนวนี้ก็เลยเป็นจุดชนวนเล็กๆ ให้เราทำค่ายเพลงเป็นเพลงแนวร็อกเมทัลขึ้นมา”

โอ๊ค – “จริงๆ พื้นฐานเราสองคนเป็นคนที่โตมาจากพื้นฐานหลักดนตรีเมทัลมาก่อน ผมเข้าใจแหละว่าดนตรีแนวนี้ค่อนข้างเป็นดนตรีทางเลือก แต่เราก็รู้สึกว่าในบ้านเรายังมีไม่กี่ค่ายที่ทำจริงจังในสายนี้ ก็เลยคิดว่ามาทำในสายนี้ ลองจริงจังทำให้มันดูมีคุณภาพงานที่โอเค แล้วดนตรีแนวนี้หลายๆ วงมีความสามารถมากที่จะทำงานให้มีงานที่ดีได้ เพราะบางครั้งโอกาสที่เขาจะเจอคนทำงานที่มีคุณภาพค่อนข้างจะไม่ค่อยเยอะ ด้วยต้นทุนด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แล้วยิ่งเพลงแนวนี้ไม่ใช่เพลงในกระแส มันเป็นเพลงที่คนชอบจริงๆ ที่จะสามารถฟังถึงจะรักแล้วก็ซัพพอร์ตวง”

◆ ตอนนี้ทั้งคู่ควบสองหน้าที่คือผู้บริหารค่ายและเป็นศิลปินด้วย มีการแบ่งเวลาการทำงานยังไง?
สมเมย์ – “ทุกคนมีสิ่งที่ชอบมีสิ่งที่รักแล้วก็มีเป้าหมายของตัวเอง วันนี้ถ้าเราเลือกที่จะทำแล้วเราต้องจัดสรรเวลาให้ได้อยู่แล้ว ความรักผมก็ว่ามันต้องอยู่ให้ได้ ความชอบเราก็ต้องอยู่กับสิ่งที่เราชอบไปด้วย หน้าที่การงานเรามีอยู่แล้ว เราก็คงต้องแบ่งเวลาให้ได้ด้วย”

โอ๊ค – “แต่สิ่งที่เราต้องเรียนรู้คือความเป็นระบบของธุรกิจ ที่ผ่านมาเราเป็นแค่ศิลปินก็จะมองแค่ภาพศิลปิน จะทำอะไรก็จะมีคนนั้น คนนี้ช่วยทำดูแล แต่พอเป็นค่าย เราต้องดูทุกอย่างเอง จากที่เมื่อก่อนเราไม่ต้องทำ ตอนนี้เราก็ต้องมาทำ บางเรื่องไม่เคยคิดอยากทำเราก็ ต้องทำ บางเรื่องที่เราไม่อยากศึกษาเราก็ต้องศึกษา เรื่องการพีอาร์ มาร์เก็ตติ้ง หรือการดูแลศิลปิน ซึ่งแรกๆ ปรับตัวยากเหมือนกัน แต่ทำงานไปเรื่อยๆ เราก็ใช้ความที่รู้จักคนเยอะในวงการแล้วก็ถาม ช่วยกันแบ่งปันความรู้จากพวกเขามาปรับปรุงค่าย”

◆ เพราะอยู่ในพาร์ตธุรกิจ ความกดดัน ไปถึงเป้าหมายยอดขาย วางไว้ยังไงบ้างกับ โปรเจ็กต์นี้?
สมเมย์ – “ถ้าส่วนตัวไม่ได้คาดหวังหรือตั้งเป้าหมายอะไรไว้สูงขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำ คนทำงานกับเรามีความสุขแล้วก็เป็นของขวัญที่เขาอยากทำเขาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับค่ายเพลงผมก็ถือว่าเป็นบทเรียนอย่างนึงที่สำเร็จสำหรับเราแล้ว และเป็นวิชาที่เราหาซื้อไม่ได้ แต่ถือเป็นการเริ่มต้นที่เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เราได้รับประสบการณ์ต่างๆ ได้ความตั้งใจ ได้เพื่อน อันนี้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในการทำงาน”

โอ๊ค – “ผมว่ามีกลุ่มคนที่ยังฟังเพลงแนวนี้อยู่เยอะ ก็อยากให้มาช่วยซัพพอร์ตศิลปินเหล่านี้ให้มีกำลังใจทำงานมากขึ้น เพราะหลายๆ คนหลายๆ วงที่มีใจรักการทำงานก็ยังมีอยู่ หวังว่าอัลบั้มนี้จะช่วยทำให้พวกเขามีกำลังใจมากขึ้น แล้วส่งต่อไปยังศิลปินรุ่นน้อง จะได้รู้ว่ายังมีกลุ่มแบบนี้ที่ยังทำตรงนี้อยู่ก็จะทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขารักมันเป็นจริงได้มากขึ้น”

อชริญา บุญชู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน