ขณะนี้ยังไม่มั่นใจว่าหลังมีการเซ็น เอ็มโอยู หรือบันทึกความเข้าใจร่วมกันทั้ง 8 พรรคการเมืองเพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสม จะลงตัวและแบ่งกระทรวงกันได้หรือไม่

โดยเฉพาะนโยบายของแต่ละพรรคในช่วงหาเสียง เช่น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทำทันที จะกระทบต่อราคาที่อยู่อาศัยทันทีเช่นกัน

ที่น่าห่วงกว่าคือจะกระทบต้นทุน ค่าก่อสร้างบ้านและคอนโดมิเนียมที่ ผู้ประกอบการมีการขายไปแล้วแต่ยังสร้างไม่เสร็จ และมีผลให้ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ รับงานล่วงหน้าไปแล้วมีภาระต้นทุนค่าแรง เพิ่มขึ้นทันที ซึ่งจะแบกภาระไหวหรือไม่ ในสภาวะที่การเงินตึงตัวอยู่ในขณะนี้

รัฐบาลใหม่มีมาตรการรองรับหรือมี งบประมาณมาสนับสนุนตรงนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาได้หรือไม่

ส่วนส.ว.ควรโหวตนายกฯ ตามเสียงข้างมากหรือไม่ มองว่าเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล

ส่วนตัวยังไม่เชื่อมั่นว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกฯ จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้หรือไม่ แม้จะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ประวัติการทำงานยังไม่โดดเด่น

“งานเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องทำ ไม่ใช่การแก้กฎหมาย ต้องดูเรื่องเศรษฐกิจปากท้องประชาชน และภาคธุรกิจเอกชนก่อน”

เมื่อมาดูพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่ง ในพรรคร่วมรัฐบาล ต้องยอมรับว่ามี ทีมเศรษฐกิจที่มีความสามารถและมีประสบการณ์ แต่หากพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะขอเข้ามาคุมกระทรวงการคลัง และให้พรรค เพื่อไทยที่มีคะแนนเสียงอันดับสองเป็นรมช.คลัง ดูไม่น่าจะเป็นไปได้

ฝากรัฐบาลใหม่ว่า อยากให้มองประเทศเป็นสำคัญ อย่ามองเพียงแค่คะแนนเสียงข้างมากเป็นหลัก เพียงเพราะแค่ห่วงว่าหากไม่เข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐบาลแล้วจะทำให้สูญเสียคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ที่สำคัญงานเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องทำคือ ไม่ใช่การแก้กฎหมาย แต่ต้องดูเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และ ภาคธุรกิจเอกชนก่อน

ประเทศไทยในขณะนี้กำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ และทั่วโลกกำลังมีปัญหาด้านพลังงาน สงครามภูมิรัฐศาสตร์ ดอกเบี้ย ขาขึ้น กินไม่ได้ขายไม่คล่อง หนำซ้ำยังมาเจอปัญหาการเมืองในประเทศ

ดังนั้น การวางตัวคนที่จะเข้ามาบริหารกระทรวงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวง การคลังต้องพิจารณาให้ดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน