แม้จะบอกว่า “รักจริงหวังแต่ง” แต่เมื่อความรักของเสี่ยมวนกับหญิงสาวรุ่นหลานเกิดไม่ราบรื่นดังหวัง เจ้าตัวเลือกกลับใช้ความรุนแรงกับคนที่รัก จนกลายเป็นอีกคดีสลด!
เหตุสลดถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 17.16 น. วันที่ 25 พ.ค. ภายหลัง ร.ต.อ.การุณ จันทร์ดอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุคนพยายามกินยาฆ่าตัวตาย ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ใน ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าสมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้จังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำตัว น.ส.จุฬารัตน์ ทองหลาง หรืออ้อ อายุ 21 ปี หญิงสาวชาว อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ส่ง ร.พ.ลำปลายมาศ และเสียชีวิตที่ ร.พ.ในเวลาต่อมา แต่จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้น กลับพบว่าหญิงที่เสียชีวิตมีรอยช้ำที่ใบหน้า และตามลำตัว คล้ายถูกทำร้ายร่างกาย

พยายามยื้อชีวิต
เมื่อสาเหตุการตายยังเป็นที่สงสัย ตำรวจสอบถามนายศรายุทธ ศรีจันทร์ อาสากู้ภัยสมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้จังหวัดบุรีรัมย์ เล่าให้ฟังว่า หลังจากได้รับแจ้งจึงได้เดินทางไปยังรีสอร์ตตามที่ได้รับแจ้ง ก็พบน.ส.อ้อ อยู่เบาะหลังรถเก๋งโตโยต้า ในสภาพไม่ได้สติ สวมแต่กางเกงไม่สวมเสื้อ ที่ใบหน้ามีผ้าขนหนูปิดเอาไว้ จากนั้นหน่วยกู้ภัยจึงได้นำตัวลงจากรถมาวางที่พื้นเพื่อทำซีพีอาร์ ช่วยเหลือให้ฟื้นคืนชีพ แต่ไม่พบสัญญาณชีพจึงรีบนำตัวส่ง ร.พ.ลำปลายมาศ แต่พอไปถึงโรงพยาบาลพบว่าเสียชีวิตแล้ว
ซึ่งตอนที่กู้ภัยไปถึงรีสอร์ตเพื่อช่วยเหลือ ยังพบชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถเก๋ง คาดว่าน่าจะเป็นแฟนของหญิงคนดังกล่าว ซึ่งกรณีดังกล่าวดูมีพิรุธ เพราะทางกู้ภัยได้รับแจ้งว่ามีคนกินยาฆ่าตัวตาย แต่เมื่อไปตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือกลับไม่พบคราบยาในปากเลย แต่ใบหน้าและตามร่างกายกลับมีรอยเขียวช้ำ ตาบวมปิดคล้ายกับถูกทำร้ายร่างกายมากกว่า
ตำรวจสอบสวนทราบว่าเมื่อประมาณเที่ยงคืน น.ส.อ้อ ผู้ตาย พร้อมด้วยนายประมวน แท่นทอง อายุ 47 ปี และน.ส.บีส สาวทอมที่สนิทกันและเป็นหลานของนายประมวน มาเปิดห้องพัก 2 ห้อง โดยผู้ตายกับนายประมวนพักอยู่ห้องเดียวกัน กระทั่งช่วงประมาณ 6 โมงเช้า มีเสียงผู้หญิงกับผู้ชายทะเลาะกันเสียงดังลั่นออกมาจากห้องพัก กระทั่งช่วงเย็นนายประมวนมาขอความช่วยเหลือกับทางรีสอร์ต บอกว่าน.ส.อ้อกินยาฆ่าตัวตาย ทางรีสอร์ตจึงรีบแจ้งตำรวจและกู้ภัยจากนั้นนายประมวนก็หายตัวไป
ขณะที่การตรวจสอบในห้องพักยังพบอุปกรณ์เสพยาอยู่ด้วย

ตรวจห้องที่เกิดเหตุ
นางทอง ทองหลาง อายุ 72 ปี ย่าของ น.ส.อ้อ ที่เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. น.ส.บีส สาวทอมขี่รถจักรยานยนต์มารับที่บ้าน บอกว่าจะพาอ้อไปเล่นที่บ้านของบีสเอง แล้วหายไป กระทั่งมาทราบว่าหลานเสียชีวิตดังกล่าว
ส่วนตัวไม่รู้ว่าหลานกับนายประมวน มีความสัมพันธ์กันแบบไหน ก่อนหน้านี้นายประมวนเคยมาบอกกับตนว่า “รักจริงหวังแต่ง” กับหลานของตัวเอง ตนไม่ได้ว่าอะไร ตอนนี้ยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงที่หลานไปเสียชีวิตที่รีสอร์ต สิ่งที่อยากรู้ทำไมนายประมวนจึงทำกับหลานแบบนี้ ทั้งที่เคยบอกว่ารักกัน ตนไม่ได้หวังอะไร ขอให้อยู่ด้วยกันได้ถึงขนาดนี้
หลังสอบสวนพ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.ลำปลายมาศ เผยว่าแพทย์โรงพยาบาลลำปลายมาศ พบว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 5 ช.ม. และเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ถึงแม้จะไม่พบร่องรอยของมีคมในร่างกาย ไม่มีร่องรอยของการรัดคอ แต่พบร่องรอยพกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ขัดกับการแจ้งของนายประมวน ว่ากินยาตาย จึงสั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวนายประมวนและหลานสาวมาสอบสวน เพื่อหามูลเหตุที่แท้จริง

จับคาห้องพัก
ผ่านไปวันเดียวชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.ภ.3, ตำรวจสืบสวน สภ.สตึก, ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลำปลายมาศ ก็ร่วมกันจับกุมนายประมวนได้ขณะหลบอยู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เบื้องต้นเจ้าตัวสารภาพว่า ทำร้ายแฟนสาวจริง ด้วยการใช้มือทุบตีหลายครั้ง จนกระทั่งแฟนสาวแน่นิ่ง จากนั้นได้ถอดเสื้อแฟนสาวออก เพื่อหาทางปั๊มหัวใจช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล จึงเรียกให้คนมาช่วยนำแฟนสาวส่งโรงพยาบาลลำปลายมาศ ซึ่งใกล้กับที่พัก
ตนไม่ได้ตั้งใจทำร้ายแฟนสาวให้เสียชีวิต แต่แฟนพยายามกลืนยาอะไรบางอย่างลงไปซึ่งตนไม่ทราบ ส่วนหลักฐานอุปกรณ์การเสพยาที่พบในห้องนอนเป็นของแฟน ตนไม่ได้เสพยา
ที่ผ่านมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับผู้ตาย ตนรักมากให้เงินใช้ทุกเดือน แต่ฝ่ายหญิงกลับไปมีผู้ชายอีกคน หลังเกิดเหตุไม่ได้หนีไปไหน แค่ขับรถมาหาเพื่อนที่ อ.สตึก แล้วเข้าพักรีสอร์ตแห่งหนึ่ง เพื่อรอฟังว่าแฟนรอดหรือไม่ ถ้าไม่รอดกะว่าจะฆ่าตัวตายตาม แต่มาถูกตำรวจจับก่อน
“อยากจะขอโทษน้อง และคนที่อยากจะขอโทษมากที่สุดคือย่าของน้อง เพราะที่ผ่านมาย่าดีกับผมมาก เชื่อว่าแฟนไม่รักผมเท่ากับย่าด้วยซ้ำ หลังเกิดเหตุก็ตั้งใจจะจากไปอยู่แล้ว แต่ถูกจับกุมได้ก่อน” นายประมวนกล่าวด้วยความเสียใจ
สุรชัย พิรักษา, เรืองรุจ วังแจ่ม
เรื่อง/ภาพ