วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม จัดงานฉลองอุโบสถไม้ตะเคียนทอง ผูกพัทธสีมา ปิดทอง ฝังลูกนิมิต เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา รวม 15 วัน 15 คืน มีกิจกรรมอุปสมบทหมู่ 160 รูป พิธีพุทธาภิเษกเหรียญพระอาจารย์สุริยันต์

พิธีผูกพัทธสีมาตัดหวายลูกนิมิตจัดขึ้น วันที่ 22 เม.ย.2566 โดยมี พระพรหมวัชรเมธี (สมเกียรติ โกวิโท) เจ้าคณะภาค 9 และเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม พระครูภาวนาชยานุสิฐ ประธานสงฆ์วัดพุทธวนาราม, พระครูปลัดทรงศักดิ์ นิราลโย เจ้าอาวาสวัดพุทธวนาราม และนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าฯ มหาสารคาม ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก เข้าร่วมในพิธี มีผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาร่วมเป็นเจ้าภาพจำนวนมาก ร่วมทำบุญเป็นจำนวนเงิน 70 ล้านบาท และมีเจ้าภาพลูกนิมิตอีกจำนวนมากที่ร่วมทำบุญ รวมทั้งสิ้น 269 ลูก

นอกจากนี้ หลังเสร็จพิธีตัดหวายลูกนิมิตแล้วยังแจกทานเงินให้ผู้ที่มาร่วมพิธีคนละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 1 ล้านบาท

สำหรับอุโบสถไม้ตะเคียนทองหลังนี้ น่าจะเป็นอุโบสถไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทสไทย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 วัสดุที่นำมาสร้างเป็นเสาไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ขนาด 4 คนโอบ รวมเสา 32 ต้น

ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปประธานแกะสลักจากไม้ สักทอง ปางนาคปรก นับเป็นอุโบสถมหาอุด มีแต่ประตูเข้า-ออก และล้อมรอบด้วยวิหารคด การก่อสร้างได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ มีความสวยงามอลังการสิ้นค่าก่อสร้างกว่า 200 ล้านบาท

อีกทั้งภายในวัดป่าวังน้ำเย็น ยังมีถาวรวัตถุที่ล้วนอลังการ สร้างจากวัสดุไม้ซุงล้วน อาทิ หอระฆัง ศาลาปฏิบัติธรรมไม้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างจากไม้เนื้อแข็ง ประกอบด้วย ไม้แดง ไม้ประดู่ และตกแต่งด้วยไม้สักทอง เสา 112 ต้น

พระครูภาวนาชยานุสิฐ หรือ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ ประธานคณะสงฆ์วัดป่าวังน้ำเย็น และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง จ.มหาสารคาม เล่าถึงความเป็นมาในการก่อสร้างอุโบสถไม้หลังนี้ ว่า วัดป่าวังน้ำเย็นตั้งอยู่ที่บ้านวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม มีพื้นที่ 11 ไร่เศษ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2549 โดยญาติโยมที่มีจิตอันเป็นกุศลนำโดย “จำเนียร แซ่อึ้ง” และ “สมถวิล สุทธิวารี” ร่วมกันบริจาคที่ดินบริเวณบ้านวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม คือ บริเวณที่ตั้งวัดป่าวังน้ำเย็น ในปัจจุบัน มอบถวายให้สร้างวัดขึ้น

หลังจากได้รับบริจาคที่ดินสร้างวัด จึงร่วมแรงร่วมใจกับญาติโยมและคณะศิษย์ทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาที่รกร้างว่างเปล่าผืนนี้ จนกลายสภาพเป็นวัดป่าวังน้ำเย็น เจริญรุ่งเรืองปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน

วัตถุดิบที่นำมาพัฒนาวัด เน้นใช้ไม้เป็นหลัก อาทิ หอระฆัง ศาลาปฏิบัติธรรม ศาลาการเปรียญ และอุโบสถไม้ซุง เป็นต้น

วัดแห่งนี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญของจังหวัดมหาสารคาม ในวันธรรมดาและช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดยาว จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ เดินทางมาเที่ยวชมวัดสร้างรายได้เข้าท้องถิ่น

พระอาจารย์สุริยันต์ ปัจจุบันสิริอายุ 44 ปี พรรษา 24 สืบสายธรรมจากหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง จ.นครพนม ท่านเกิดในปี 2522 ที่บ้านเหล่าโคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม อายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่พระอุโบสถวัดสามัคคีธรรม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังอุปสมบท จำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดบูรพาเทพนิมิต อ.กุฉินารายณ์ ออกเดินธุดงควัตรไปจำพรรษาอยู่ตามป่าเขาหลายแห่งในภาคอีสาน

ไปฝากตัวขอเป็นศิษย์ศึกษาไสยเวท หลวงปู่คำพันธ์ และได้รับการถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้น อีกทั้งยังไปศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติมกับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายท่าน อาทิ หลวงปู่พรหม วัดเขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และศึกษาวิชาตะกรุดกับหลวงปู่สิงห์ คัมภีโร วัดศรีสุข อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พระเกจิชื่อดังของภาคอีสาน เป็นต้น

เชิด ขันตี ณ พล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน