ดินแดน ‘แลนด์ออฟสไมล์’ นามว่า ‘ไทย’ ไม่เพียงเป็นหมูหวานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งหน้าตั้งตาหลอกตุ๋นผู้คนเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ยังเป็นแหล่งรวมกบดานของบรรดามาเฟีย-ผู้ร้ายข้ามชาติ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องตาในความสวยงามของธรรมชาติ หรือติดใจในความหละหลวมของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในยุคอดีต

ล่าสุดยังกลายเป็นแหล่งขนส่งคนร้ายข้ามประเทศ ราวกับเป็น ‘เส้นทางสายไหม’ ของเหล่าอาชญากร

พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดสำนักงานบช.ภาค 3 จ.นครราชสีมา แถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบนำคนต่างด้าวสัญชาติจีนหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา

 

‘บิ๊กเปีย’ เผยเบื้องหน้าเบื้องหลังการทลายขบวนการนี้ว่า เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง, ตม. และตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี จับกุมผู้ต้องหาคนไทย จำนวน 1 คน ลักลอบนำพาคนต่างด้าวสัญชาติจีน จำนวน 3 คน เข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่พบว่า กลุ่มคนสัญชาติจีนที่ หลบหนีเข้ามาดังกล่าวนี้มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยในปัจจุบัน

พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภาค 3 แถลงจับใหญ่

 

เจ้าหน้าที่ยังขยายผลขอศาลจังหวัดอุบล ราชธานี อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคนสำคัญของขบวนการอีก 2 ราย คือ นายเบนซ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี และ นายจุ๋น อายุ 35 ปี ชาว ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ก่อนบุกไปจับทั้งคู่ได้ในวันที่ 21 เม.ย.

ในความผิดฐาน ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ให้เข้าอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม

หลังเค้นสอบปากคำ ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเครือญาติและคนในหมู่บ้านเดียวกัน โดยแบ่งเงินค่าจ้างขนคนจีนในแต่ละครั้งเป็นเงินจำนวนหลายหมื่นบาทต่อคัน

อ่านข้อหาให้แก๊งคอลชาวจีน

 

โดยแบ่งหน้าที่กันทำในแต่ละขั้นตอน เริ่มจากขั้นตอนการติดต่อกับนายหน้าชาวลาวจัดหาชาวจีนที่ต้องการลักลอบข้ามชายแดนเข้ามาในไทยตามช่องทางธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-สปป.ลาว

จัดหารถยนต์เพื่อลักลอบนำคนจีนไปส่งยังพื้นที่ทางตอนเหนือของไทยโดยเฉพาะ อ.แม่สอด จ.ตาก และลักลอบข้ามชายแดนไทยออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

การเดินทางแต่ละครั้งจะมีการใช้รถยนต์อย่างน้อย 2-3 คัน ทำหน้าที่เป็นรถยนต์ส่วนล่วงหน้า รถยนต์ขนคนจีน และคันปิดท้าย เพื่อส่งความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ให้ ทุกคันทราบตลอดระยะเวลาการเดินทางไปส่งคนจีนยังจุดหมายปลายทาง

พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พร้อมพ.ต.อ.ชาญชัย อินนรา ผกก.สส.ภ.จว.อุบลราชธานี นำกำลังชุดสืบสวนแกะรอยสืบสวนติดตามอย่าง ต่อเนื่อง จนกระทั่งพบว่า กลุ่มขบวนการดังกล่าวเริ่มมีความเคลื่อนไหวเตรียมขนคนต่างด้าวสัญชาติจีนเข้ามาในราชอาณาจักร บริเวณ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี

นาทีจนมุม

 

คาดว่าจะนำคนต่างด้าวสัญชาติจีนไปส่งยังพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทย จึงวางแผนติดตามจับกุม โดยการสะกดรอยและติดตามรถยนต์ของกลุ่มขบวนการดังกล่าว จนไปถึงหน้าจุดบริการประชาชนตำรวจทางหลวงทรัพย์ไพรวัลย์ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ก่อนประสานงานตำรวจทางหลวงสกัดรถยนต์ดังกล่าว

ตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนจำนวน 4 คน นั่งอยู่ ภายในรถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียนอุบลราชธานี ซึ่งมี นายวันชนะ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นคนขับ

นอกจากนั้นยังสกัดรถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียนชลบุรี ซึ่งเป็นรถนำทางที่มี นายสมพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับ โดยพบ นายธงชัย (ขอสงวนนามสกุล), นางมณีวัล และนายอัคณี (ขอสงวนนามสกุล) นั่งมาด้วย

จากนั้นประสาน ตม. และนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนเพิ่มเติม พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาคนไทยมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาคนไทยทั้ง 3 คนที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้

ส่วนบุคคลสัญชาติจีน 3 คนและคาซัคสถาน 1 คน เป็นกลุ่ม วัยรุ่นที่มีความรู้เกี่ยวกับไซเบอร์เป็นอย่างดี กำลังเดินทางไปยังพื้นที่ทางภาคเหนือ แถวบริเวณ จ.ตาก เช่นเดียวกับกลุ่มบุคคลสัญชาติจีน 3 คนที่เคยจับกุมก่อนหน้านี้

จากนั้นจะมีกลุ่มขบวนการมารับต่อเดินทางข้ามชายแดนไทย ไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็นแหล่งที่ทำการของกลุ่มแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติที่กลุ่มคนจีนเกี่ยวข้อง

‘บิ๊กเปีย’ ไม่หยุดอยู่แค่นี้ ยังสั่งการให้สืบสวนขยายผลตามล่าผู้ร่วมกระทำความผิดในขบวนการนี้มาดำเนินคดีให้หมดสิ้น ตามนโยบายของ ‘บิ๊กเด่น’ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้นำสูงสุดองค์กรตำรวจไทย

เกษม ชนาธินาถ

ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน