“คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีกำกับดูงานด้านความมั่นคงต้องเข้าใจงาน ด้านนี้อย่างลึกซึ้ง…ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นทหาร แต่ต้องมีความรู้และประสบการณ์ เพราะหากไม่มีประสบการณ์เลยก็ค่อนข้าง เป็นห่วง…”

ความคาดหวังส่วนตัวคงเหมือนกับประชาชนฝั่งประชาธิปไตยทั้งหลายคืออยากให้ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่ที่ยังกังวลคือเสียงของ ส.ว. จากข่าวจะมีส.ว.ประมาณ 20 กว่าเสียงที่แสดงท่าทีโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

เสียงที่ยังขาดจะมาได้จากทั้งสองทาง คือ ส.ว. และพรรคต่างๆ คิดว่าต้องมีการเจรจาแม้จะยากลำบาก ต้องมีการพูดคุยและปรับเข้าหากัน เพื่อจะได้ตั้งรัฐบาลได้ ยังมีเวลา ในการเจรจาพูดคุย

เรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรแม้จะมีความละเอียดอ่อน แต่คิดว่าเป็นเรื่องเล็กที่ไม่น่าจะเป็นปัญหา เชื่อว่าจะพูดคุย หาข้อสรุปกันได้ ก่อนอื่นอยากให้ทุกคนที่พูด หรือวิจารณ์เรื่องนี้ตัดตัวเองออก อย่าไปคิดว่า ถ้าใครพูดถึงคนที่เราถูกใจก็จะเข้าไปชม แต่ถ้าใครพูดถึงคน ที่เราไม่ถูกใจก็จะเข้าไปถล่ม อยากให้ทุกคนทำใจเป็นกลาง

ที่ผ่านมาเป็นการตกลงกันเองของพรรค เสียงข้างมากว่าใครจะเป็นประธานสภา แต่ไม่ใช่ว่าพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดจะได้ตำแหน่งนี้เสมอไป ครั้งที่ผ่านมาประธานสภาก็ไม่ได้มาจากพรรคที่มีเสียงมากที่สุด ในอดีตพรรคเล็กๆ ก็มีบุคคลเป็นประธานสภาได้

ฉะนั้นต้องไม่ไปยึดมั่นถือมั่นว่าพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดต้องเป็นประธานสภา เพราะไม่มีการกำหนดไว้แบบนั้น จึงเป็น เอกสิทธิ์ส.ส.ทั้ง 500 คน

ตำแหน่งนี้ต้องเป็นบุคคลที่คนนับถือและเชื่อถือ การประชุมจึงจะเป็นระเบียบและไปรอด และไม่จำเป็นต้องมาจากแค่พรรคก้าวไกลหรือ พรรคเพื่อไทย แต่หากมีคนอื่นที่เหมาะสมก็สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ได้

คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีกำกับดูงาน ด้านความมั่นคงต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจงาน ด้านนี้อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่ใครจะมาเป็นก็ได้ จึงเป็นตำแหน่งที่ต้องมีการกลั่นกรองกันอย่างมาก ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นทหาร แต่ต้องเป็นคนที่มีความรู้และประสบการณ์ เพราะหากไม่มีประสบการณ์เลยก็ค่อนข้างเป็นห่วง และเป็นกังวล เนื่องจากการทำงานจริงไม่ง่าย

ส่วนประเด็นการนิรโทษกรรมส่วนตัวคาดหวังอย่างมากในรัฐบาลชุดใหม่ เพราะความเห็นต่างทางการเมืองไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้เยาวชนและคนที่ออกมาชุมนุมต้องเดือดร้อน จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับการผลักดัน และผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน