ก้าวเข้าสู่เดือนไพรด์ มิถุนายน สีรุ้งสดใสไปทั่วเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร โดยมีงานใหญ่ “บางกอกไพรด์ 2023” ขบวนพาเหรดธงสีรุ้งสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมและความหลากหลายเคลื่อนไปตามถนนพระราม 1 ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านั้น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ร่วมกับ UNDP, Muse by Metinee และบริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด จัดขบวนพาเหรด “ไพรด์คาร์นิวัล” เพื่อผลักดันความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ นำโดย เมทินี กิ่งโพยม นางแบบชื่อดัง บุ๋ม ปนัดดา, เกรซ กาญจน์เกล้า, รัศมีแข, อ๊อฟ ปองศักดิ์, ไบรอั้น ตัน, ทีมมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ นำโดย อแมนด้า ออบดัม, พรฟ้า ปุณิกา, แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง รองอันดับ 1 มิสซูปร้า เนชันแนล 2022, ทีมมิสทิฟฟานี่, แดร็กควีน อินฟลูเอนเซอร์ พร้อมเหล่านักเรียนนักศึกษา รวมกว่า 500 ชีวิต ร่วมแสดงพลังส่งเสริมความหลากหลาย ความเป็นตัวเองอย่างอิสระ ในบรรยากาศคึกคักท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมถือธงไพรด์สีรุ้งต้อนรับขบวนพาเหรดจำนวนมาก เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.

นอกจากจะมาร่วมพาเหรดแสดงถึงความเท่าเทียม เหล่าคนดังยังร่วมส่งเสียงเรียกร้องความเสมอภาคและฝากถึงรัฐบาลใหม่ให้ช่วยผลักดันสิทธิเสรีภาพของกลุ่ม LGBTQ+

แพรว แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง รองอันดับ 1 มิสซูปร้าเนชันแนล 2022 เผยว่าวันนี้มาเดินพาเหรดเป็นปีที่สองแล้ว ยิ่งใหญ่กว่าเดิมและสนุกมาก ตื่นตาตื่นใจกว่าปีที่แล้ว แพรวมาในธีมคัลเลอร์ฟูลสีสันสดใส สิ่งที่อยากผลักดันคือเรื่องสมรส เท่าเทียม อยากให้ถูกกฎหมาย ฝากความหวังไว้ที่รัฐบาลใหม่ด้วย

ด้านอินฟลูเอนเซอร์คนดัง ไบรอัน ตัน กล่าวว่า เรื่องสมรส เท่าเทียมเป็นหนึ่งในสิทธิความเป็นมนุษย์ อยากให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เรื่องสวัสดิการต่างๆ ไม่ได้ต้องการเพิ่มเติม ต้องการเพียงแค่ให้เราเท่ากับชายจริงหญิงแท้เท่านั้น ขณะนี้สื่อให้ความสนใจกลุ่ม LGBTQ+ อยู่แล้ว เราได้รับการยอมรับมากพอแล้วในเมืองหลวง อยากให้สื่อช่วยขยายความรู้เกี่ยวกับ LGBTQ+ ให้ครอบคลุมตามชุมชนและเมืองเล็ก

“สำหรับรัฐบาลใหม่อยากให้สนับสนุนสื่อต่างๆ เพิ่มขึ้น เพราะเมืองไทยถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมของชาว LGBTQ+ เราสามารถใช้ตรงนี้เป็นตัวชูโรงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา ในประเทศไทย แล้วจะสามารถสร้างสรรค์ สิ่งต่างๆ ได้อีกมากมาย”

แอนโทเนีย โพซิ้ว มิสซูปร้าเนชันแนล 2019 เผยว่า “วันนี้แอนมาในธีมไพรด์ฟอร์ออล สำหรับทุกคนที่ต้องการความเสมอภาคแอนอยากเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา แอน ทำคนเดียวไม่ได้ แต่ถ้าทุกคนมารวมพลังกัน สร้างความตระหนักในความเสมอภาคและการรวมกลุ่มความหลากหลาย เราสามารถเผยแพร่ความรักและสิ่งต่างๆ ออกไป สำหรับรัฐบาลใหม่แอนอยากให้มองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมของเรา ไม่ใช่แค่เพียงรับรู้แล้วบอกว่าค่อยทำ แต่ควรทำเชิงรุกเพื่อสังคมจริงๆ เพื่อให้เราสร้างความแตกต่างในสังคมของเราได้ ถ้าเราไม่ทำไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นี่คือการทำเพื่อสังคม ทำเพื่อคนไทย

ขณะที่ บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทย 2562 มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 กล่าวว่า ในความรู้สึกของตนเองทุกคนเท่าเทียมกันมานานแล้ว เรามีเพื่อนที่มีหลายเพศสภาพมาตั้งแต่เด็ก เป็นเรื่องธรรมดามาก เมื่อโตขึ้นจึงรู้ว่าการประพฤติต่อแต่ละเพศต่างกัน เห็นด้วยกับสมรสเท่าเทียม เพศไม่ควรเป็นตัวกำหนดว่าเราควรได้รับหรือไม่ได้รับอะไร เพศเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ ดังนั้น เราควรเท่ากันทุกคน

“สำหรับบิ๊นท์ซึ่งเรียนเภสัชฯ มา เรื่องการเทกฮอร์โมนเป็นสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงยา ควรมีการดูแลกลุ่มคนที่มีความคิดอยากทรานส์เป็นหญิงหรือชาย ซึ่งต้องมีการใช้ยาทั้งหมดเพื่อที่เราจะได้เพศสภาพที่เราอยากเป็น อยากฝากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีความรู้ที่จะทำสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงยา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องเกี่ยวกับจิตใจและเพศสภาพ แต่เป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย ถ้าเรากินยาฮอร์โมนเข้าไป ยาจะเข้าไปปรับบางส่วนข้างในของเรา ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น การเทกฮอร์โมนผู้หญิงจะทำให้เสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน จึงควรมีผู้รู้เข้ามาดูแลจริงจังและมอบเป็นสิทธิพื้นฐานด้วย”

อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2020 กล่าวว่า สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ อยากผลักดันเรื่องการได้รับโอกาสต่างๆ ในการทำงาน ทุกคนควรเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะสมัครงานสายอาชีพไหน เพราะยังมีการกีดกันอยู่ อยากให้ทุกคนในสังคมพิจารณาคนจากความสามารถ ไม่ใช่แค่เพศ ได้โอกาสที่จะทำงานในสายอาชีพที่ต้องการโดยไม่มีการกีดกันอีกต่อไป
“สำหรับรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามา อยากจะขอวอนให้สมรสเท่าเทียมเกิดขึ้น สักที รวมถึงการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อให้ตรงกับเพศสภาพ” อแมนด้ากล่าวทิ้งท้าย