นางนิสากร วิบูลชัย ผอ.วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.นครราชสีมา มาเป็นประธานเปิดโครงการอบรม “พระบริบาลภิกษุไข้ ประจำวัด 1 วัด 1 รูป ทั่วไทย” ซึ่งสถาบันพระบรมราชชนก, วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครราชสีมา (วพบ.) คณะพยาบาลศาสตร์จัดขึ้น ด้วยตระหนักเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของพระภิกษุ-สามเณรให้มีองค์ความรู้ มีความสามารถในการสร้างเสริมสุขภาพการพยาบาลเบื้องต้นและการป้องกันโรค รวมถึงสามารถดูแลพระสงฆ์ภายในวัดได้

ดังนั้น จึงดำเนินการโครงการ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ฉลองพระชนมายุ 8 รอบ โดยมีเป้าหมายให้พระภิกษุ-สามเณรในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชัยภูมิ เข้าร่วมโครงการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

โดยมีพระภิกษุ-สามเณรในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชัยภูมิเข้าร่วมจำนวน 240 รูป เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา

นางนิสากรเปิดเผยว่า ปัจจุบันพระภิกษุสามเณรกำลังประสบปัญหาสุขภาพ และข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพพระภิกษุ-สามเณรทั่วประเทศ จำนวน 252,851 รูป จาก 41,142 วัด ในปี 2559 พบว่ามี พระภิกษุสามเณรที่สุขภาพดี มีเพียงร้อยละ 52 เท่านั้น ในขณะที่พบภาวะเสี่ยง ร้อยละ 19 และอาพาธ ถึงร้อยละ 28.5 ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ไม่มีผู้ดูแล เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อไม่เรื้อรัง โดยปัจจัยที่ทำให้อาพาธคือ การสูบบุหรี่ และไขมันกับน้ำตาลในเลือดสูงตามดัชนีมวลกายเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนโรคที่พบมากสุด 5 อันดับแรกเป็นโรคเรื้อรังทั้งหมด ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไตวายเรื้อรัง รวมถึงปัญหาสุขภาพของพระภิกษุยังมาจากการขาดความรู้และความตระหนัก รวมถึงการมีอุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพที่ดี โดยพบว่าเมื่อเจ็บป่วยพระภิกษุส่วนใหญ่ซื้อยาฉันเอง มีเพียงบางส่วนไปรักษาที่คลินิกเอกชนและโรงพยาบาล แม้พระภิกษุส่วนใหญ่จะมีสิทธิการรักษาพยาบาลคือ สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ยังมีพระภิกษุอีกร้อยละ 31.88 ที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพใด

นอกจากนี้ พระภิกษุยังมีแนวโน้มพร่องพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากการที่พระภิกษุต้องรักษาศีลจำนวน 227 ข้อ ทำให้พระภิกษุมีข้อจำกัดในการดูแลสุขภาพของตนเอง เช่น พระภิกษุต้องสำรวมกาย จึงมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่สามารถออกกำลังกายได้เหมือนบุคคลทั่วไป หรือพระภิกษุมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่สามารถที่จะเลือกเมนูอาหารได้ ต้องฉันอาหารที่ญาติโยมนำมาถวาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารประเภทไขมันสูง เป็นต้น

ด้านพระครูเจติยาภิบาล เจ้าคณะอำเภอสูงเนิน (ธ.) และเจ้าอาวาสวัดศาลาทอง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพราะเรื่องสุขภาพของพระสงฆ์เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากพบว่าพระสงฆ์อาพาธเพิ่มขึ้นจากปัญหาสุขภาพ หากมีความรู้เรื่องโภชนาการ-การออกกำลังกายในกิจประจำวัน เช่น การออกรับบิณฑบาต การทำวัตร ก็ถือเป็นการออกกำลังกาย แต่หากมีความรู้ในการคำนวณปริมาณอาหารที่ฉันเข้าไปในร่างกายให้พอเหมาะ ก็จะทำให้ไม่มีปัญหาการป่วยเรื้อรังหรืออาพาธ

พระครูวิริยธรรมานุศาสก์ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองนครราชสีมา และผู้ช่วย เจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราชนครราชสีมาวรวิหาร กล่าวว่า ปัญหา เรื่องสุขภาพถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมี พระสงฆ์เพียงร้อยละ 52 เท่านั้นที่สุขภาพดี ที่เหลือจะป่วยเรื้อรังและอาพาธ เนื่องจากปัจจัยด้านการฉันและการไม่มีความรู้เรื่องโภชนาการต่างๆ ดังนั้น การจัดอบรมในโครงการครั้งนี้ พระสงฆ์จะได้รู้วิธีดูแลตัวเองและรู้จักการช่วยเหลือผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน

ทั้งนี้ วัดในจังหวัดนครราชสีมามีมากกว่า 2,000 แห่ง แต่มีพระบริบาลภิกษุไข้ที่ผ่านการอบรมครั้งนี้ประมาณ 50 รูปเท่านั้น ซึ่งน้อยมาก จึงอยากให้ภาครัฐขยายโครงการดังกล่าวออกไปอีก และสร้างพระบริบาลฯ ต้นแบบขึ้นให้มากกว่านี้ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้ได้บรรลุผลตามเป้าหมายของโครงการ

ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน