หลังจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ออกรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” แนะนำนโยบายสุราก้าวหน้า ที่พรรคก้าวไกลเดินหน้าผลักดัน พร้อมแนะนำสุราชุมชน ได้แก่ “เหล้าสังเวียน” จากสุพรรณบุรี และ “คีโร่” จากกระบี่ ที่ทำจากอ้อย จนทำให้ขายจนหมดเกลี้ยงโรงงานไปแล้ว
การพูดถึงสุราพื้นบ้านของนายพิธา ยังทำให้สุราพื้นบ้านอื่นขายหมดโรงงานเช่นเดียวกัน โดยเพจประชาชนเบียร์ ออกมาโพสต์ต่อเนื่องว่า “The Spirit of ChaiyaPhum เหล้าชัยภูมิ หมดแบบไม่มีกำหนดไปเลยจ้า รอยาว”
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก “ร้อยธานี เบฟเวอเรจ” ผู้ผลิตสุรารายย่อยอีกหนึ่งเจ้า จากจ.ร้อยเอ็ด ประกาศสินค้าหมดโรงงานทุกขนาดจากกระแสฟีเวอร์ดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า “ขอบคุณพรรคก้าวไกล สนับสนุนสุราก้าวหน้า ประกาศ ตอนนี้สินค้าหมดโรงงานทุกขนาดค่ะ”
นอกจากนี้ แฮชแท็ก #สุราก้าวหน้า ก็ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ ในวันที่ 4 มิ.ย. ได้รับการพูดถึงกว่า 257,000 ทวีต โดยชาวโซเชี่ยลต่างเข้ามาแนะนำสุราชุมชนจากพื้นที่ต่างๆ
อย่างไรก็ตาม นายพิธากล่าวในรายการด้วยว่า ผมคิดว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้า หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะมียี่ห้อของไทยมาเสิร์ฟในการประชุมเอเปคให้ผู้นำต่างประเทศ เช่น โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้ได้กิน และสักวันผลิตภัณฑ์พื้นบ้านเราไประดับโลก และมีเงินจ้างคนบุรีรัมย์มาขายเหล้าบุรีรัมย์ขึ้นมา ให้ทั่วโลกเห็นว่าสินค้าไทยดี และสามารถสร้างอุตสาหกรรม ใหม่ๆ ทำให้เศรษฐกิจไปต่อได้ และเพิ่มมูลค่าสินค้าอีกทางหนึ่ง
ซึ่งก่อนหน้านี้ เรื่องสุราก้าวหน้า พรรคก้าวไกลได้เดินหน้าผลักดันมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติคว่ำ ร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่…) พ.ศ…. หรือร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ฉบับพรรคก้าวไกล ในวาระ 3 ไปด้วยคะแนน 196 ต่อ 194 เสียง
ถึงแม้จะแพ้ แต่พรรคก้าวไกล ก็ยังเดินหน้าสู้ ผลักดันสุราก้าวหน้า เป็นนโยบายสู้ศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา ตั้งเป้าทลายทุนผูกขาด เพื่อพาผู้ประกอบการเกษตรไทยไปสู่เวทีโลก
พรรคก้าวไกล ระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะทำให้การปลดล็อกธุรกิจสุราเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่ชัยชนะของผู้ผลิตสุรารายย่อยที่มีต่อทุนใหญ่ แต่คือชัยชนะของประชาชนที่มีต่อระบอบนายทุน ขุนศึก ศักดินา ที่ใช้อำนาจผูกขาดกัดกินประเทศ สุราก้าวหน้า เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ประเทศไทยยังมีศักยภาพอีกหลายอย่างที่รอให้รัฐบาลก้าวไกล เข้าไปพัฒนา
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ว่าที่ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต หรือสุราก้าวหน้า ระบุถึงกรณีเกิดกระแสสุราชุมชนฟีเวอร์ว่า ยินดีกับทุกคนที่สินค้าเป็นที่รู้จัก และยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เก็บเงินทุนไว้แล้วขยายโรงงาน ระหว่างรอกฎหมายปลดล็อกสุราเสรีผ่าน จะได้มีเงินสเกลอัพได้เลย
สำหรับแนวทางการเดินหน้านโยบายสุราก้าวหน้าหลังจากนี้ คือเมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ ก็จะออกเป็นกฎกระทรวง ที่จะต้องแก้ไขเรื่องใบอนุญาตและเรื่องภาษี ในส่วนของสภา ก็จะมีร่างพ.ร.บ.สรรพสามิต เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีรัฐบาลไหนมาแก้กฎอุตริกลับมาได้อีก อีกเรื่องคือพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ต้องปลดล็อกอะไรบางอย่าง เช่น การโฆษณาที่เป็นปัญหามากในตอนนี้
ส่วนที่มีคนบางกลุ่มกลัวว่าการปล่อยสุราเสรี จะทำให้มีนักดื่มเพิ่มมากขึ้น ทำให้คนติดเหล้า หรือเกิดผลเสียนั้น ผมคิดว่าอย่าปิดโอกาส ขอโอกาสผมบ้าง เชื่อว่าตอนนี้จุดดุลยภาพของการผลิตหรือการดื่มเหล้า เจ้าใหญ่เขาไปไกลกว่านี้ได้ แต่ทำไมเขาไม่ไป เพราะเขาขายไม่ได้แล้ว เพราะดื่มพอกันแค่นี้แล้ว ซึ่งสุราก้าวหน้าจะช่วยรายย่อย เป็นการกระจายรายได้ เขาไม่ได้ผลิตเยอะขึ้นหรอก และไม่ได้เสรีเหมือนกัญชา ฉะนั้นไม่ต้องห่วง
อีกมุมหนึ่ง ก็มีเสียงสะท้อนจากเครือข่ายรณรงค์เกี่ยวกับการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายงดเหล้าเคยออกแถลงการณ์แล้วว่า ไม่คัดค้านนโยบายสุราก้าวหน้า เพราะเป็นนโยบายที่จะลดการผูกขาดของนายทุนใหญ่ เปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยได้มีโอกาสผลิตและจำหน่าย ทำให้เกิดความเป็นธรรมในการทำธุรกิจ
แต่อย่าลืมว่าเมื่อผลิตออกมาแล้ว จะต้องมีการจำหน่าย หรือลูกค้า เพราะสินค้าไม่ได้ผลิตออกมา บริจาค ดังนั้น จึงต้องทำการตลาด ซึ่งในเรื่องนี้งานวิจัยหลายชิ้นก็ได้ผลการศึกษาออกมาตรงกันว่า จะเพิ่มการดื่มแน่นอน
ยิ่งมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลพรรคก้าวไกลจะผลักดันให้มีการโฆษณาอย่างเสรีด้วย อันนี้ยิ่งทำให้เครือข่ายไม่สบายใจ ถ้าไม่ห้ามโฆษณานอกจากจะดื่มเพิ่มมากขึ้นแล้ว จะยิ่งทำให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่ด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีแนวโน้มดื่มเพิ่มมากขึ้น และเรื่องนี้จะเป็นอันตรายเพราะจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมาก
สิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่ควรทำคือ การห้ามโฆษณาแฝง ที่ปัจจุบันกลุ่มทุนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังดำเนินการอยู่ ซึ่งแตกต่างจากบุหรี่ ยาสูบ ที่มีการห้ามแล้ว
ดังนั้น หากรัฐบาลชุดใหม่จะผลักดันนโยบายสุราก้าวหน้า ก็ควรให้ความสำคัญกับการออกมาตรการมาปกป้องคนกลุ่มนี้ด้วย