ในจำนวน 300 คำร้องคดีเลือกตั้งในมือ กกต.ตอนนี้ ซึ่งมีข้อกล่าวหาต่อว่าที่ส.ส.เกือบ 30 ราย

นอกเหนือจากว่าที่ส.ส.ที่ต้องลุ้นระทึก ยังมีข้อสังเกตว่า อาจกระทบต่อการเปิดสภา การโหวตนายกรัฐมนตรี และการจัดตั้งรัฐบาล

ชัยธวัช ตุลาธน

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการโหวตนายกฯแน่นอน คิดไว้ล่วงหน้าแล้วหาก กกต.รับรองส.ส.ไม่ครบในวันโหวตนายกฯ ก็ต้องคิดฐานคะแนนของพรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่ให้น้อยลงกว่าเดิม

แต่ยังคิดว่าไม่กระทบต่อเสียงของพรรคก้าวไกล เพราะเชื่อมั่นว่าที่ส.ส.ของพรรคชนะด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

ในความเห็นของแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่าคำร้องสอบว่าที่ ส.ส. 20-30 คนนั้น ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งทุกครั้ง ที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าคงไม่ถึงขั้นต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด เพราะข้อร้องเรียนคงมีทั้งหนักและเบาคละกันไป จึงไม่กระทบกับการเปิดสภา

ส่วนข้อกังวลกรณีหากว่าที่ส.ส.ก้าวไกลถูกสอยจนเสียงลดลง เพื่อไทยมีโอกาสจะพลิกมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเองนั้น นายสุทินให้รอดูตัวเลขและข้อเท็จจริงว่าที่สุดแล้วจะมีจำนวน ส.ส.ที่เปลี่ยนแปลงจากความคาดหมายเท่าไร

แต่ส่วนตัวคิดว่าตัวเลขจะเปลี่ยนไม่มาก ยังเชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะยังคงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอยู่

ยืนยันด้วยว่าการพลิกขั้วตั้งรัฐบาลไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะครั้งนี้ประชาชนจ้องมองบนความคาดหวังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่มี พลิกขั้วตั้งรัฐบาลแน่นอนแต่โอกาสที่จะเพิ่มเติมหรือลดจำนวนพรรคที่จะเข้ามาร่วมตั้งรัฐบาลมีความเป็นไปได้

ขณะที่ฝั่งรัฐบาลเดิม นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รักษาการ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า ขอร้องเรียนว่าที่ 30 ส.ส.ไม่น่าจะมีผลอะไรต่อการตั้งรัฐบาล และมั่นใจ กกต.จะทำให้ สามารถเปิดประชุมสภาได้ เพราะเป็นกรอบเวลาที่ กกต.ต้องทำหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินการหารัฐบาลใหม่ไม่สะดุด

และแม้จะเกิดอุบัติเหตุกับพรรคก้าวไกลจนเพื่อไทยพลิกมา เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล นายสาธิตก็ยังคิดว่าจะไม่มีผลไปถึงการ พลิกขั้ว การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคจะไม่มีปัญหา ถ้า 8 พรรค จับมือกันแน่น

ด้านนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ผลสอบว่าที่ส.ส.นั้นต้องดูเนื้อหาข้อเท็จจริงว่ามีพรรคใด ที่ถูกร้องเรียนมากกว่ากัน โดยตั้งสมมติฐานว่าหากพรรคที่ถูกร้องมีทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ต้องมอง 2 กรณี

ถ้าพรรคก้าวไกลถูกร้องมากกว่าก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงพรรคอันดับหนึ่งได้ เพราะจำนวนส.ส.ห่างกันอยู่แค่ 10 เสียง แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยถูกร้องมากกว่าคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ส่วนถ้าจำนวนส.ส.เปลี่ยนแปลง เพื่อไทยกลายมาเป็นพรรคที่มีเสียงอันดับ 1 จนอาจเกิดการสลับขั้วจัดตั้งรัฐบาลนั้น รองเลขาฯพรรคพลังประชารัฐมองว่าเป็นเรื่องของฝ่ายยุทธศาสตร์การเมืองพรรคนั้นๆ จะพิจารณา

แต่เชื่อว่าแต่ละพรรคต้องมองถึงผลที่จะตามมา เพราะการสลับขั้ว จะมีผลไปถึงการเลือกตั้งในครั้งหน้าด้วย

สิริพรรณ นกสวน สวัสดี

ขณะที่ความเห็นจาก ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ชี้ว่ายังไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ถูกร้องจะผิดหมด และ กกต.ต้องพิจารณาให้ครบ 25 คน เพราะถ้าไม่ครบจะกลายเป็นว่า กกต.ทำไม่ครบ 95% ซึ่ง กกต. ก็ต้องทำให้ไม่กระทบต่อการเปิดประชุมสภา ต้องรับรอง 95% หรือ 475 คน

แต่จะกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอนถ้าคนที่ถูกร้องเป็นฝั่งจัดตั้งรัฐบาล เช่น พรรคก้าวไกลหายไป 10 คน จากที่มี 312 รัฐบาลจะเหลือ 302 คน ทำให้เสียงหนุนที่อยากได้จาก 376 คนต้องหามาเพิ่ม เช่นกันหาก กกต.รับรองส.ส.ไม่ถึง 500 คน ก็กระทบ เพราะรัฐบาลต้องได้คะแนนสนับสนุน 376 เสียง

ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือบังเอิญ แต่กกต.ก็ต้องเตรียมตอบคำถามให้ชัดเจนว่าใน 25 คนที่กกต.จะยังไม่รับรองผลนั้นคือใครบ้าง

มีว่าที่ส.ส.บางคนของก้าวไกลที่ได้ยินว่าไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น ทำให้จำนวนส.ส.ของพรรคอาจลดลง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีมากพอที่จะพลิกให้เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ 1 แทนก้าวไกลได้ แม้เสียงจะห่างกันแค่ 10 คน และเชื่อว่าไม่น่าจะใช้อิทธิฤทธิ์สอย ส.ส.พรรคก้าวไกลได้ขนาดนั้น

เพื่อไทยจะจัดตั้งรัฐบาลได้มีอยู่ 2 กรณี 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกสอยคดีหุ้นสื่อ และ 2.นายพิธาไม่ได้เสียงจากส.ว. ส.ส.สนับสนุน ครบ 376 เสียง ไม่ใช่จากกรณี กกต.จะรับรองหรือไม่รับรองว่าที่ส.ส. 25 คน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน