การตั้งรัฐบาลของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรค ก้าวไกล ยังเป็นถนนสายร้อนระอุไปสู่ทำเนียบรัฐบาลจริงๆ แม้จะมากด้วยแรงหนุนจากประชาชน แต่กลไกพิเศษต่างๆ อุปสรรคขวากหนาม ยังซุกซ่อนอยู่ตลอดทาง
อย่างกรณีมติของกกต. ที่ตีตกคำร้องคดีถือหุ้นสื่อ ของ 3 นักร้อง แต่ยังคงสอบต่อ โดย กกต.เอง ก็แปลว่า ยังต้องลุ้นระทึกต่อไป ยังยืดเยื้อต่อไป
จะใช้วิธีรับรองให้พิธาเป็นส.ส.ไปก่อน แต่การสอบสวนคดีหุ้นสื่อก็เดินหน้าต่อ
แถมมติกกต. ยังมีทั้งเอาผิดคดีอาญา ตามมาตรา 151 และทั้งมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ
กรณีเป็นคดีอาญา ก็ต้องไปร้องทุกข์ผ่านพนักงานสอบสวน ส่งอัยการ แต่กรณีมาตรา 82 คือส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
คดีอาญา โทษหนัก แต่ผ่านกระบวนการต่อสู้พิสูจน์ข้อเท็จจริงได้เต็มที่ แต่กรณีส่งศาลรัฐธรรมนูญ จะต่างออกไป!
คงต้องรอดูว่า กกต.จะหยิบดาบไหนออกมาฟาดฟัน ใส่พิธา
ทั้งไม่น่าแปลกใจ หากจะมีข้อวิเคราะห์ว่า เมื่อคำร้องของ 3 นักร้องยังติดๆ ขัดๆ เพราะการต่อสู้ด้วยการโอนหุ้นของพิธา ทำให้เกิดปมทางกฎหมายที่ไปต่อได้ยาก
จึงต้องเปลี่ยนเกมใหม่ ให้กกต.ลงมือเอง แต่ก็เท่ากับทำให้ประชาชนเห็นได้ชัดว่า ยังไงก็ต้องจัดการกันให้ได้ ทำนองนั้น!
ชะตากรรมของพิธาจึงต้องระทึกต่อไป
เมื่อเห็นกระบวนการของกกต. ก็ยิ่งมองเห็นกระบวนการ 250 ส.ว. ในขั้นตอนโหวตนายกฯ คงรับลูกกันเป็นทอดๆ ต่อเนื่องไป!!
คาดหมายได้ว่า เมื่อคดีหุ้นสื่อเดินต่อโดยกกต.เองเช่นนี้ จะกลายเป็นข้ออ้างเพื่อใช้ต่อต้านพิธาในหมู่ส.ว. เมื่อถึง ขั้นตอนโหวตนายกฯ
จะกลายเป็นอีกข้อกล่าวหา ในการจุดกระแสสกัด ขัดขวาง
เชื่อได้ว่าจะต้องทำทุกทางเพื่อหยุดพิธาให้ได้!!
เบื้องหน้าของพิธาและก้าวไกล ไม่ต่างจากสู้รบในสมรภูมิสงคราม
ยังดีที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งเพื่อไทยและอีก 6 พรรคยังจับมือกันแน่นหนา
312 เสียง ของ 8 พรรค ยังเป็นเสียงข้างมากของ สภาผู้แทนฯ
โดยอีกขั้วยากจะดิ้นรน โอกาสตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแทบไม่มี
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับแคนดิเดตนายกฯ ของ ก้าวไกล ยังมั่นใจได้ว่าสูตรรัฐบาล 8 พรรคขั้วเดิม ยังเดินหน้าต่อไป
พร้อมกับมีประชาชนสนับสนุนอย่างกว้างขวาง
เพื่อให้ดอกผลจากการเลือกตั้ง ที่คนส่วนใหญ่เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ได้งอกเงยต่อไป!
วงค์ ตาวัน