กทม. – เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่สำนักเทศกิจ (สนท.) นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สนท. และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจทั้ง 50 เขต ว่า ที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย การจับปรับรถยนต์บนทางเท้าของสำนักงานเขต ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.2561-13 มิ.ย.2566 สำนักงานเขตจับกุม 48,647 ราย ว่ากล่าวตักเตือน 4,324 ราย ดำเนินคดี 44,350 ราย ปรับเป็นเงิน 53,299,519 บาท
ส่วนการดำเนินการป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.2561-13 มิ.ย.2566 สำนักงานเขตจัดเก็บ 256,041 ป้าย แจ้งความดำเนินคดี 84 ราย จับ-ปรับ 6,268 ราย ปรับเป็นเงิน 17,079,200 บาท ส่วนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2561-13 มิ.ย.2566 จัดเก็บได้ 114 ป้าย สำหรับป้ายโฆษณาให้ ถ่ายรูปส่งให้ฝ่ายรายได้ประเมินว่าต้องเสียภาษีป้ายหรือไม่ เพราะบางป้ายอาจเข้าข่ายต้อง เสียภาษีป้ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเสียเพียงค่าปรับจากการติดตั้งป้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ภายในเดือน ก.ค.นี้ กทม.เตรียมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับการประปานครหลวง (กปน.) ในการนำข้อมูลผู้ใช้น้ำจาก กปน. ไปคำนวณค่าจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย โดยจะคิดจากปริมาณน้ำเสียที่ร้อยละ 80 ที่ใช้น้ำเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อเดือน ในประเภทที่ 3 โรงแรม โรงงาน และสถานประกอบการ ในอัตรา 8 บาทต่อ ลบ.ม. และประเภทที่ 2 เฉพาะอาคารสำนักงานหน่วยงานรัฐ เอกชน องค์กร และสถานประกอบการ ในอัตรา 4 บาทต่อ ลบ.ม. โดยคาดว่า กทม.จะมีรายได้เพิ่มจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียม บำบัดน้ำเสีย 223 ล้านบาท
จากนั้นจึงจะขยายจัดเก็บประเภท 1 บ้านเรือนที่พักอาศัย อาคารชุด คอนโดมิเนียม หอพัก และที่อยู่อาศัยรวม เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่อไป