กลับมารับงานแสดงภาพยนตร์ในรอบ 4 ปี สำหรับนางเอกสาวสุดฮอต ‘ชมพู่’ อารยา เอ.ฮาร์เก็ต โดยลงภาพยนตร์เรื่อง “Long Live Love! ลอง ลีฟ เลิฟว์” ประชันบทบาทกับพระเอกมาดกวน ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มีกำหนดฉาย 29 มิ.ย.นี้แล้ว

✦ ทำไมถึงรับเล่นหนังเรื่องนี้?
ชมพู่ – “ต้องบอกก่อนว่าด้วยวัยมันหาบทที่เรารู้สึกว่าเราเข้าไปแตะแล้วรู้สึกว่ามันใช่ค่อนข้างยากอยู่แล้ว พี่มุก (ปิยะกานต์) ผู้กำกับฯติดต่อมาเล่าเรื่องให้ฟัง ลองอ่านบทก็รู้สึกมันก็พอจะเป็นไปได้ คือเป็นเรื่องชีวิตคู่ที่เรารู้สึก ไม่ฝืน จริงๆ ตั้งแต่ได้ยินเรื่องก็ค่อนข้างสนใจ แต่ตอนนั้นติดท้องน้องเกล พี่มุกก็รอจนคลอด ถือเป็นการกลับมาเล่นภาพยนตร์ในรอบ 3-4 ปี เพราะเล่นเรื่องล่าสุด ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ตอนนั้นพี่สายฟ้าพี่พายุสองขวบ ตอนนี้กำลังจะ 6 ขวบแล้วค่ะ”
✦ ต้องมีอะไรปรับเปลี่ยนไหม?
ชมพู่ – “เหมือนว่าพอหายไปแล้วกลับมาก็เหมือนเราก็เป็นตัวเราเอง โตขึ้นเอ็นเนอร์จี้ข้างในก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ไม่เหมือนตอนที่ออกมาทำงานทุกวัน แต่ชมว่ามันเป็นพลังงานที่ดีนะ และชมก็มาโดยที่ไม่ได้คิดว่าอะไรมันจะต้องเปลี่ยนไป หรืออะไรจะต้องเหมือนเดิม คือมาสัมผัสเอาข้างหน้าแล้วก็เปิดรับ เพราะฉะนั้นก็รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี”

✦ ในหนังเรื่องนี้รับบทเป็นอะไร?
ชมพู่ – “รับบท เมตตา เป็นผู้หญิงที่ทุ่มเทให้ความรัก รักครอบครัว เชื่อว่าตัวเองจะเป็นภรรยาที่ดีและเป็นแม่ที่ดีได้”
✦ การร่วมงานกับ มุก ผู้กำกับฯเป็นอย่างไรบ้าง?
ชมพู่ – “ชมอยู่วงการมานานมาก แต่ไม่เคยทำงานกับผู้กำกับฯผู้หญิงเลย ก็รู้สึกว่ามันเปิดโลก เหมือนว่าบางอย่างเราคุยกัน แล้วเข้าใจ”

✦ แล้วการมาร่วมงานกับซันนี่ครั้งแรกล่ะ?
ชมพู่ – “ที่ผ่านมาไม่ได้รู้จักซันนี่เป็นการ ส่วนตัว ไม่เคยร่วมงาน นึกภาพไม่ออก วันที่มา เวิร์กช็อป เจอกันสามคนพ่อแม่ลูก คือชม ซันนี่ และน้องเบคกี้ (รีเบคก้า แพทรีเซีย) คือนิ่งงันมาก เพราะไม่คุยกันเลย เรากลัวน้องจะเกร็งกลัวซันนี่จะอะไรหรือเปล่า เลยบอกว่า เอ้ย…ไม่ต้องมาชวนเราอะไรอย่างนี้ก็ได้ เราไม่ว่า เราอินโทรเวิร์ต เราปิดตัวด้วยคำนี้เลย (หัวเราะ) จนซันนี่บอกว่าไม่ได้ เราโตแล้ว ห้ามปิดตัว”

✦ โตขึ้นทำให้การเลือกรับบทรับงานเปลี่ยนไปหรือเปล่า?
ชมพู่ – “แน่นอน จริงๆ ไม่ใช่แค่เราอยากได้อะไรที่มันตรงกับตัวเรานะ แต่ด้วยในตลาด เรื่องส่วนมากถ้าเป็นเรื่องคู่รักก็คงเป็นเรื่องของคนอีกวัยหนึ่ง อันนี้ก็เป็นธรรมชาติที่เราต้องเข้าใจวงการบันเทิง จริงๆ ก็เหมือนกันทุกที่แหละ พออายุถึงจุดหนึ่งประสบการณ์ในชีวิตเรา ภูมิที่อยู่บนหน้าเรา ก็ จะเป็นข้อจำกัดว่าเราจะ ไปทำอะไรที่ฝืนกับข้างในเรามากๆ ไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นเวลามีบทที่เรารู้สึกว่าเราซิงก์ได้ มันก็ดีค่ะ”

✦ หนังเรื่องนี้ทำให้คิดถึงการเล่นละครบ้างไหม จะกลับมาเล่นอีกไหม?
ชมพู่ – “(หัวเราะ) ชมว่านานๆ ที จังหวะแบบนี้น่าจะกำลังดี พอเรากลับมาตรงนี้ เทคิวให้แล้วก็จะให้ทั้งหมด แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นสัดส่วนที่พอดี ส่วนละครมันถ่ายนาน แล้วคิวมันอาจจะไม่ได้เหมือนคิวหนัง ก็ต้องบอกว่าตอนนี้ติดใจหนัง”
✦ มันลงล็อกกับชีวิตเราที่สุด?
ชมพู่ – “ใช่ค่ะ ห่วงลูกด้วยค่ะ ลูกเป็นอันดับหนึ่งของเรา”

✦ ย้อนถามถึงวันที่เดินพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ล่าสุด ชุดสุดท้าย สีแดงได้เห็นกระแสดราม่าไหม?
ชมพู่ – “เห็นค่ะ ปกติเวลาเดินเสร็จ แป๊บนึงภาพก็ออกแล้ว เห็นก็รู้แล้วว่ามันไม่ดี แต่ก็มีปัจจัยหลายๆ อย่าง เราเข้าใจได้ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้ เพียงแต่อาจจะเป็นปัจจัยที่เราคิดไม่ถึง เอาจริงๆ รูปไม่ดีก็คือรูปไม่ดี จบแค่นั้น ยอมรับแล้วก็มูฟออน ถามว่าบั่นทอนไหม เสียใจร้องไห้ไหมคงไม่ขนาดนั้น เราปูนนี้แล้ว (หัวเราะ) ผ่านมาเยอะมาก”
✦ โจทย์ในการเลือกชุดยากไหม?
ชมพู่ – “ต้องทำความเข้าใจว่าเราไม่ได้อยู่ในจุดที่อยากจะได้อะไรแล้วจิ้ม เราทำให้ดีที่สุด จากตัวเลือก จากทรัพยากรที่หาได้ ณ วันที่อยู่ด้วยกันกับทีมที่ลอง ฟิตติ้ง ทุกอย่าง ดูสมบูรณ์แบบในแบบ ของมัน ถามว่าถ้าย้อนกลับไปวันนั้นในบรรดา ชอยส์ที่มี ก็ยังคิดว่าก็ยังเลือกชุดนี้อยู่ดี เพราะฉะนั้นไม่เป็นไร มูฟออน ปีหน้าเอาใหม่ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกใจทุกคน”

✦ สุดท้ายฝากหนังหน่อย?
ชมพู่ – “นานๆ จะได้ออกจากถ้ำก็อยากให้มาชมกัน ไม่ว่าเราจะมี ความรักในรูปแบบไหน มาดูเรื่องนี้เชื่อว่าจะได้อะไรกลับไป และก็ จะตั้งคำถามว่าเราทำมันดีแล้วหรือยัง น่าจะเป็นแรงให้ได้กลับไปดูแล คนของเราให้ดีขึ้น”
อนงค์ จันทร