ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาว่า ที่ผ่านมาพบปัญหา 3 ประการ คือ

1.สถานศึกษาบางส่วนไม่มีแรงจูงใจในการนำผลการประเมินไปใช้ 2.ระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาบางแห่งยังไม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นการดำเนินการเป็นครั้งคราวเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. เท่านั้น จึงทำให้สถานศึกษาบางแห่งมองว่าการประเมินของ สมศ. เป็นภาระ และ 3.สถานศึกษาหลายแห่งที่ได้รับข้อเสนอแนะจาก สมศ. แม้จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน แต่ไม่ได้นำไปกำหนดไว้ในแผนของสถานศึกษาเพื่อเป็นเป้าหมายการดำเนินงาน

“ที่ผ่านมา การนำผลการประเมินไปปรับใช้เพื่อพัฒนาสถานศึกษายังไม่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร สถานศึกษาบางส่วนยังไม่มีการนำไปปรับใช้อย่างจริงจัง ดังนั้น เกณฑ์การประเมินรอบใหม่ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของ สมศ. จึงเพิ่มเติมเรื่องการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกที่ผ่านมาของสถานศึกษาแต่ละแห่งมาพิจารณาร่วมด้วย โดยสถานศึกษาต้องนำผลการประเมินมาพัฒนาตามข้อเสนอแนะให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และการดำเนินงานต้องเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามีส่วนร่วมมากขึ้น อาทิ กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง หรือชุมชน” ดร.นันทากล่าว

ดร.นันทากล่าวด้วยว่า ผลการประเมินสถานศึกษา ตั้งแต่ช่วงเดือนต.ค.2565 ซึ่งปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จะเป็นปีสุดท้ายของการประเมินคุณภาพภายนอกภายใต้กรอบแนวทาง รูปแบบ และวิธีการประกันคุณภาพภายนอกภายใต้สถานการณ์จำเป็นและเร่งด่วนเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน สมศ.ได้ดำเนินการประเมินสถานศึกษาไปแล้วจำนวน 8,283 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 62.54 จากเป้าหมายสถานศึกษาจำนวน 13,245 แห่ง และอยู่ระหว่างการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาที่เหลือ โดยคาดว่าจะประเมินแล้วเสร็จในช่วงก.ย.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน