รอยเตอร์รายงานวันที่ 18 มิ.ย. ว่า กองทัพยูเครนเปิดเผยว่าทำลายคลังอาวุธสำคัญใกล้เขตเฮอนิเชสก์ แคว้นเคอร์ซอน พื้นที่ยึดครองของกองกำลังรัสเซีย ทางตอนใต้ของประเทศยูเครน โฆษกฝ่ายบัญชาการกองทัพในแคว้นออแดซา ใกล้แคว้นเคอร์ซอน แถลงว่า กองกำลังยูเครนเปิดฉากโจมตีช่วงเช้าในพื้นที่ของหมู่บ้านไรย์โคฟ ใกล้เขต เฮอนิเชสก์ ดินแดนที่ถูกรัสเซียยึดครองชั่วคราวในแคว้นเคอร์ซอน แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า มีคลังกระสุนที่สำคัญมากถูกทำลายพังยับ ขณะที่สื่อท้องถิ่นยูเครนเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และมีเสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้นำและผู้แทนชาติแอฟริกาทั้งเจ็ดประเทศเดินทางเยือนกรุงเคียฟ เมื่อ 16 มิ.ย. เพื่อหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ก่อนเดินทางไปพบปะกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่นครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อ 17 มิ.ย. โดยนายไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ กล่าวกับนายปูตินว่าสงครามต้องหยุดได้แล้ว ขณะที่ นายปูตินกล่าวว่ารัฐบาลปฏิเสธที่จะหารือ โดยก่อนหน้านี้ นายเซเลนสกีระบุว่าจะไม่มีการพูดคุยใดๆ หากรัสเซียยังยึดครอง ดินแดนในอธิปไตยของยูเครน
วันเดียวกัน นิวยอร์กไทมส์รายงานว่ามีหลักฐานบ่งชี้ว่าเขื่อน คาโคฟกาในแคว้นเคอร์ซอนที่ถูกระเบิดโจมตีจนพังเสียหายและเป็นเหตุให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนเป็นบริเวณกว้างตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และยังสูญหาย 31 คน
โดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นฝีมือของรัสเซีย “หลักฐาน ชี้ชัดว่าเขื่อนถูกทำลายจากการระเบิดโดยฝ่ายรัสเซีย” ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการที่ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ช่วยเหลืออัยการยูเครนในการสอบสวนว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่ความเสียหายจากในแคว้นเคอร์ซอนมีสาเหตุมาจากวัตถุระเบิดที่รัสเซียลักลอบนำไปติดตั้งก่อนจุดชนวน